FAFNIR

ฟาฟเนอร์ภาคนิยาย...ถ้าให้พูดจริงๆคงยาวแน่ มาคิดดูอีกทีก็เลยอยากจะรวบรวมที่เคยโพสเกี่ยวกับนิยายที่ออลดูสักครั้ง เพราะกระจัดกระจายเหลือเกิน ไปขุดกระทู้รีพลายเก่าคงเสียเวลา วันนี้ได้จังหวะดีเลยเอามาลงเป็นที่ระลึก (คงไว้ตามที่โพสเลยไม่ได้ดัดแปลง ) ที่แยกสีนี่เป็นที่โพสคนละวันกันนะคะ มานั่งดูอีกรอบ ตกใจเหมือนกันแฮะ ยาวขนาดนี้เชียวรึ ........บางส่วนจากในเล่มนะเนี่ย

วันนี้กระทู้ที่ออลเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จะกลายเป็นกระทู้ อ ฮิราอิฟีเวอร์ไปแล้วแน่ๆเลย ฮ่าๆๆๆ แต่ยังไงเราก็ยังชอบฟาฟเนอร์อยู่ล่ะนะ ชอบมาหลายเรื่องมาเจอเรื่องนี้แหละบุญทุ่มสุดๆ ว่าแต่ NOW HERE มาสักทีเถอะ วันอังคารจะลองไปทวงแล้วสั่งดีวีดีแผ่น 7เลย

คำเตือน

ใครที่ไม่เคยดูฟาฟเนอร์มาก่อนเลย ไม่แนะนำให้อ่านนะคะ ไม่รู้เรื่องแน่ๆ แต่ถ้าใครได้เคยดูมาจนถึงช่วง1-10ล่ะก็ แนะนำให้อ่านค่ะ เพราะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่างจากอนิเมชั่น

ช่วงเริ่ม

ตอนที่คาซึกิฝัน ถ้านับในช่วงอนิเมก็ราวๆตอนที่1พอดี เพราะหลังจากตื่นแล้วก็เป็นฉากเดียวกับในอนิเมที่ออกจากบ้านไปโรงเรียนพอดีมีกะเวลาให้เจอกับมายะด้วยนะ (เลิฟๆจริง) แต่หลังๆจะต่างจากอนิเมเยอะ ระถึงบอกไงคะว่านิยายเหมือนโลกขนาน
------------------------------------

(แปลจากนิยายบางช่วง)
ความฝัน
มองไม่เห็นมือของตัวเองที่ชูสูงขึ้น มีแต่เพียงเสียงคลื่นของทะเลซัดสาด
คาซึกิกำลังว่ายน้ำคนเดียวในท้องทะเลอันมืดมิด
ทั้งๆที่ตั้งใจว่ายอย่างสุดแรง ความเย็นของน้ำมีผลให้ขาแขนเริ่มชา
ถ้าขืนยังว่ายอยู่อย่างนี้ต่อไป ไม่ช้าฉันอาจจะจมลงไปในห้วงท้องทะเลที่มืดมิดแห่งนี้ก็เป็นได้
จะมีใครจะมาช่วยให้รอดพ้นจากความกลัวแบบนี้ได้บ้างนะ.....
สิ่งที่มาช่วยให้รอดพ้นจากความกลัวนั้นก็คือ แสงไฟสลัวๆที่มองเห็นอยู่ไกลออกไป
นั่นทำให้คาซึกิใช้พลังทั้งหมด นำพาตัวเองว่ายให้ไปถึงแสงไฟแห่งนั้นให้ได้
แสงไฟที่ช่วยให้ตัวเขารอดพ้นจากการที่อาจจะจมดิ่งสู่ห้วงทะเลอันมืดมิดนั้น ค่อยๆใกล้เข้ามา...
เขารู้สึกขอบคุณที่ตรงนั้นยังมีแสงสว่างให้เขาได้หนีรอดมาจากความมืด ในที่สุดคาซึกิก็มาถึงฝั่ง
เขาค่อยๆไต่ขึ้นไปตามโขดหิน และได้ยินเสียงหัวเราะที่อบอุ่นแว่วเข้ามาในโสตประสาท
พอเงยหน้าขึ้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือแสงไฟที่ออกมาทางหน้าต่างของคฤหาสน์หลังใหญ่
แต่ละบานนั้นต่างก็มีคนที่มีเพื่อนๆพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน อีกบานก็มีครอบครัวคุยกันอย่างสนุกสนาน อีกบานเป็นเหมือนเป็นคู่รักกัน
คาซึกิมองเข้าไปในกระจกแต่ละบาน นั่นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาโหยหาแต่
(ฉัน....คงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ)
ไม่ว่าจะมองไปบานไหนเขาก็รู้สึกแบบเดียวกัน
เข้าไปไม่ได้ ไม่ว่าบานไหนก็ไม่มีที่สำหรับเขาเลย
คาซึกิมองอย่างเหม่อลอย มารู้สึกตัวอีกที ก็ปล่อยมือออกจากโขดหิน
ลงมาว่ายน้ำอยู่ในทะเลอีกครั้งแสงไฟที่มองเห็นกลับไปอยู่เบื้องหลังของเขา แสงค่อยๆห่างออกไป เขากลับมาอยู่ท่ามกลางทะเลที่มืดมิดอีกครั้ง มือเท้าเริ่มชา .......
คาซึกิตัดสินใจเตะขาอย่างแรง -----------พรึ่บ !!!!!
ผ้าห่มกระเด็นออกจากตัว
ความสลึมสลือ มองเห็นเพดานเก่าๆลางๆ
"หือ?ที่นี่ห้องนอนของฉันเองนี่นา "

(คอมเมนท์ช่วงที่1 )

ประทับใจโคโยอย่างแรง คือจะเป็นตอนที่คาซึกิคิดถึงตอนก่อนเฟสตูมจะบุกน่ะค่ะ(มุมมองของคาซึกิด้วย) อาจจะไม่เหมือนในอนิเมท
อย่างโคโยนี่อิมเมทเขาจะทั้งหน้าตาดี มนุษยสัมพันธ์ดี (จำชื่อคนได้อย่างแม่นยำ) ฉลาด สอบได้ที่ 1ทุกวิชา(ถ้าผู้หญิงก็จะเป็นโชโกะ)
สาวๆรุมล้อม ตอนที่เอารอง เท้าไปเก็บตรงที่ใส่รองเท้า เจอจดหมายรัก 10 ฉบับ ส่วนคาซึกิมี 5ฉบับต่างกันตรงของคาซึกิมีแต่สารท้ารบ คาซึกิเลยถามว่านายจะเอายังไง โคโยบอกว่า จะเปิดดูแล้วก็จะไปตอบปฎิเสธให้หมดทุกคน
แล้วคาซึกิก็เล่าให้ฟังอีกว่า ที่สนิทกับโคโยเพราะตอนเด็กๆตอนที่แม่เสียไปใหม่ๆพ่อจะพาไปกินอาหารที่ร้านของโคโยเสมอ ก็เลยสนิทกันแต่มีอย่างหนึ่งที่ โคโยอิจฉาคาซึกิคือ ที่คาซึกิได้กินอาหารพร้อมกับพ่อเสมอ ส่วนเขาเพราะพ่อกับแม่ต้องไปทำงานหน้าร้านเลยไม่มีเวลาได้ทานด้วยกัน บางทีพ่อกับแม่ก็ดื่มเหล้าฉลองกันเองหน้าร้านโดยที่ไม่มีเขาร่วมด้วย (แฝงความเศร้าอีกแล้ว)
มีอีกเรื่องหนึ่งที่คาซึกิไม่เคยลืมเลยคือ โคโยตอนอยู่ชั้นประถมใส่เสื้อตัวเดียวกันทุกวันมาตลอด 1เดือน ไม่ได้ผิดกฎของโรงเรียนแต่พ่อแม่เขากลับไม่รู้เรื่องนี้เลย เล่าไปก็เหมือนโกหก เพราะนั่นเป็นครั้งเดียวที่พ่อกับแม่ฉลองวันเกิดให้กับโคโย โดยนำเค้กที่ขายเหลือมาฉลองพร้อมกับซื้อเสื้อทีเชิ้ตตัวที่ว่า(ที่ใส่ไปโรงเรียน 1เดือน)มาให้โคโยเป็นของขวัญ โคโยเลยประทับใจมากๆ

ส่วนเนื้อเรื่องตอนโชโกะกับมายะก็น่ารัก เอาโชโกะช่วงแรกก่อนล่ะกันนะคะ คิดว่าคงมีคนอยากรู้เยอะ


ก็ในระหว่างที่คาซึกิกับมายะ เดินคุยกันในระหว่างที่กำลังจะไปโรงเรียนก็มาถึงบ้านโชโกะ มายะเห็นโชโกะยืน

ตรงหน้าต่าง ก็บอกคาซึกิขึ้นว่า "คาซึกิคุง ช่วยโบกมือทักทายโชโกะหน่อยสิ "
คาซึกิก็เลยโบกให้พอโชโกะเห็นก็เลยหลบเข้าหลังหน้าต่างไปเลย
คาซึกิ"อือ สงสัยจะโดนเกลียดแล้วล่ะมั้งเนี่ย"
มายะ " โชโกะคงไม่ได้หมายความอย่างงั้นแน่ๆ เดี๋ยวฉันจะแวะไปหาโชโกะคาซึกิคุงเดินไปโรงเรียนก่อนนะ"
คาซึกิ"อือ โทมิก็อย่าไปสายล่ะ"
พอมายะเดินเข้าไปในบ้าน คาซึกิกำลังจะเดินเลยไป เขารู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมาที่เขา
โชโกะ อยู่ตรงหน้าต่าง ค่อยๆโบกมือตอบกลับเขาอย่างเขินอาย
คาซึกิโบกมือตอบกลับ ในใจก็คิดว่าอยากให้โชโกะหายไวๆ

ส่วนโซชิในนิยาย ยิ้มง่ายมากกกกกก น่ารักอย่างแรง แถมมีแต่คนรุมล้อมตรึม พอเข้าโหมดผู้ใหญ่นี่ก็จริงจังขึ้นมาทันที

ในนิยายเป็นโลกคู่ขนาน พล๊อตเรื่องจะไม่เหมือนกัน
ตัวละครจะน้อยค่ะ ในนิยายจะเน้นแค่ คาซึกิ มายะ โซชิ โคโย โชโกะ คุรามาเอะ ส่วนใหญ่จะออกไปในมุมมองของคาซึกิ
(ตอนนี้ยังอ่านไม่ถึงครึ่งเลยค่ะ เพิ่งเจอเฟสตูมเอง)
สรุปเรื่องคร่าวๆจนถึงตอนที่อ่านค้างอยู่


บทนำ - พูดถึงเหตุการณ์ตอนเจอวิทยุ+เสียงประหลาด
1 คาซึกิขับฟาฟเนอร์สู้กับเฟสตูม กำลังจะช่วยมาร์คไดร์ แต่ตัวเองกลับเสียเปรียบไปด้วย ช่วงภาวะคับขันโคโยขับมาร์คเฟียร์มาช่วยและจัดการมาร์คไดร์ที่กำลังจะถูกดูดกลืนทิ้ง คาซึกิในขณะที่ทำจิตใจให้ว่างเปล่าในช่วงที่จะกลับฐานทัพ(เกาะ) หวนนึกถึงวันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้าย


2. คาซึกิฝันร้าย (อย่างที่โพสไปข้างบน) ตื่นมา นึกถึงต้นเหตุที่ทำให้ฝันร้ายคือเรื่องที่ไปเล่นเบสบอลน้ำมาเมื่อวาน พอตื่นแล้วก็ไปโรงเรียนและวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนด้วย
-ระหว่างทางเจอมายะ คุยกันจนถึงบ้านโชโกะมายะขอตัวไปหาโชโกะส่วนคาซึกิไปโรงเรียนก่อน
-ก่อนจะถึงประตูโรงเรียนเจอโคโย คุยเรื่องที่มีคนมาท้าคาซึกิสู้บ่อยๆ และคาซึกิมีแผนจะไปสะสางคนที่มาท้าสู้เย็นนี้ ให้หมด
-ในระหว่างที่เดินทางไปโรงยิมเพื่อจะไปร่วมพิธีเปิดเรียน เจอโซชิกำลังมีคนรุมล้อม แล้วเข้ามาทักทายนัดคาซึกิเย็นนี้ว่าจะมีอะไรให้ดู และบอกว่าจะไปเลื่อนนัดคนที่ท้าสู้ให้ มายะมาเห็นคาซึกิคุยกับโซชิพอดี เลยบอกคาซึกิว่าไม่ควรไปทำตามที่โซชิบอกจะดีกว่า
-เย็นวันนั้นในระหว่างที่คาซิกิลังเลว่าจะไปดีหรือเปล่า เพราะไม่กล้าผิดคำพูดที่ให้ไว้กับมายะ โซชิก็มาตามพอดี กับโคโยประหลาดใจที่เห็นทั้ง2คนคุยด้วยกัน จากนั้นโคโยก็ขอตัวไปสะสางเรื่องจดหมายรักให้เสร็จ
-คาซึกิกำลังตามโซชิไป มายะก็มาเจอพอดี แล้วถามว่าจะพาคาซึกิไปไหน ตั้งใจจะฆ่าคาซึกิเหรอ... จู่ๆก็มีสัญญาณดังขึ้น เสียงนั้นทำให้คาซึกิมึนไปชั่วขณะจนมายะต้องพยุงแขนไว้ ทุกคนตกใจแต่โซชิรู้ดีที่สุด เขาสั่งให้ทุกคนไปหลังตึกเรียน พร้อมกับดึงข้อมือคาซึกิซึงในขณะนั้นมายะก็กุมมือคาซึกิไว้อีกข้างเหมือนกัน เท่ากับว่าโซชิดึงไปทีเดียว 2คน แต่ก็แค่ช่วงแรกสักพักก็ปล่อยส่วนมายะกลัวว่าคาซึกิจะวิ่งไม่ถนัดก็ปล่อยแล้ววิ่งคู่กันตามโซชิไป


หลังตึกเรียนมีทางเข้าอัลวิส ไปหลุมหลบภัย (เชลเตอร์) ทุกคนตกใจไม่มั่นใจที่โซชิบอกเลยไม่กล้าเข้า จู่ๆโคโยก็ออกมาด้านหน้าจากคำพูดที่โน้มน้าวใจคนเก่งทำให้ทุกๆเชื่อแล้วเข้าไปในเชลเตอร์(หลุมหลบภัย)ในที่สุด
-ในเชลเตอร์มีเครื่องตรวจพลเรือนในเกาะ คนที่รู้ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนั้นคือคุรามาเอะและโซชิ มายะเป็นห่วงโชโกะขอร้องให้โซชิช่วยหาตำแหน่งของโชโกะ พบว่าโชโกะยังอยู่ที่บ้านคนเดียว มายะจึงอาสาจะออกไปช่วยโชโกะมาอยู่ที่นี่ด้วย คาซึกิไม่อยากให้มายะไปแต่ไม่กล้าพูดอีกใจอยากให้มายะอยู่ในที่ปลอดภัย เขาจึงอาสาไปด้วยอีกคน สรุปคนที่จะออกไปหาโชโกะมีคาซึกิ โซชิ มายะ โคโย คุรามาเอะ โซชิจะเป็นคนประสานเรื่องทางเข้าออกในอัลวิสให้ตลอด
-ออกมาจากอัลวิสเจอบ้านโชโกะ ภายนอกทำให้ทุกคนตะลึง เพราะเจอทั้งเครื่องบินรบและรถถังเต็มไปหมดทั้งเกาะ โซชิบอกว่าไม่มีเวลาแล้วให้รีบไป มายะจึงเข้าไปในบ้านโชโกะและพาตัวโชโกะออกมา และในระหว่างที่ทุกคนกำลังจะเข้าไปในเชลเตอร์ เสียงที่เคยได้ยินเมื่อ 7 ปีก่อน ปรากฎอยู่บนท้องฟ้าอีกครั้ง คุณอยู่ที่นั่นใช่หรือเปล่า "

อ่านถึงตรงนี้ล่ะค่ะตอนนี้ มันส์มากๆเลยลุ้นตลอด จริงๆเยอะกว่านี้ค่ะ นี่ย่อแบบจับใจความรวมๆ
ยิ่งตอนไปช่วยโชโกะนี่ ระแทบจะขำตาย
ก็ตอนแรกมายะจะเข้าไปช่วยก่อนพอ ออกมานอกบ้านเห็นพวกคาซึกิยืนอยู่

แล้วบรรยายเป็นเสียงโชโกะว่า" โอ๊ะ ... ไม่นึกว่าเขา(คาซึกิ)จะมาด้วย "ใบหน้าของโชโกะที่ซีดราวกับไข่ต้ม จู่ก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที อีกใจก็มีความรู้สึกว่า เหมือนร่างกายจะละลายเป็นผงธุลี พอเอาเข้าจริง ทำไมขามันแข็งเหมือนน้ำแข็งได้นะ ไหนจะใส่เสื้อกางเกงเหมือนชุดนอนอีก

(คำพูดในนิยาย)
โชโกะ "มายะ"
มายะ"หือ "
โชโกะ "ฉันใส่ชุดไม่ค่อยสุภาพเลย "
มายะ "ไม่เป็นไรหรอก ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน รีบไปกันเถอะ"
โชโกะ "ก็ไม่คิดว่า..เขา(คาซึกิ)จะอยู่ด้วย...อยากเปลี่ยนเสื้อจัง...."
ยังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของโชโกะก็มีเสียงดังสนั่นแทรกขึ้นมา
"อะไรนี่เสียงของรถถังยิงปืนใหญ่หรอ"
โคโยหันไปมองที่มาของเสียง โซชิปฎิเสธกลับทันที
"ไม่ใช่ นั่นเป็นการโจมตีกลับของกองทัพบก แย่แล้ว ถ้าไม่รีบล่ะก็..."
"โชโกะจัง วิ่งได้ไหม "
คุรามาเอะตะโกนถาม โชโกะตอบเบาๆแต่ดูเธอจะไม่มีเรียวแรงเอาซะเลย
เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นมาอีกครั้ง คาซึกิมองไปบนท้องฟ้าอีกรอบ
"คาซึกิคุง!?"
มายะตะโกนเรียกคาซึกิสุดเสียง คาซึกิกลับไปหาแล้วมองไปที่ใบหน้าอันร้อนรนของมายะ
"------ฉัน?"
"ช่วยอุ้มโชโกะหน่อย"
"อุ้ม?"
"เหอะน่ะ เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ"
คาซึกิกำลังง อยากจะตอบกลับไปว่าทำไมต้อง........
"เอา..นี่"
มายะพูดพร้อมๆกับค่อยๆ พยุงโชโกะส่งให้คาซึกิอุ้ม
โชโกะทำตาเหมือนกับแมวที่ถูกเหยียบหาง
**********************************
กรี๊ดอิจฉา โชโกะ
แต่โชโกะก็น่ารักนะคะ จากที่อ่านดูตอนคาซึกิอุ้มโชโกะจะนึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงกำลังถูกอุ้มอยู่
ส่วนคาซึกิรู้สึกว่าเหมือนเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุ้มคนบาดเจ็บน่ะค่ะ (คิดได้แค่นี้จริงๆนะคาซึกิตัน) ส่วนโคโยก็ท่าทางจะหึงเหมือนกันค่ะ มีเรียกคาซึกิอยู่ครั้งนึงแล้วโชโกะตกใจเลยกอดคอคาซึกิแน่นเข้าไปใหญ่ โคโยเลยไม่พูดอะไร

(โพสอีกวันต่อมา)

อ่านไปได้จิ๊ดเดียว แต่สงสารคุรามาเอะจังเลย โดดดูดกลืนต่อหน้าคาซึกิ ( つД ` ) ฮือๆๆ บรรยายซะเสียวแทน ร้องไห้ตะโกนบอกคาซึกิสุดเสียง " ขอบ...คุณนะ ที่บอกว่า... ดีที่ยังมีฉันอยู่ " ภาพสุดท้ายคือมือขวาของคุรามาเอะที่ชูขึ้นก่อนจะถูกเกลียวแบล๊คโฮลดูดกลืนไปจดหมดตัว
ที่อ่านไปได้นิดเดียวเพราะอธิบายตอนจะขับฟาฟเนอร์เยอะมากแต่ก็ทำให้มีความรู้สึกว่าเราเป็นคาซึกิที่กำลังจะขับฟาฟเนอร์จริงๆ เลยค่ะ
ตอนนิยายอ่านถึงตอนที่สู้กับเฟสตูมสฟิงซ์เสร็จแล้ว ระหว่างที่สู้คาซึกิก็นึกึงเรื่องในอดีต จะโยงเข้ากับเรื่องที่ปฎิเสธตัวเอง มีตอนสู้เสร็จให้อ่านด้วยคาซึกิบอกว่าเหมือนเล็บหลุดออกไปจากมือเลยตอนเอามือออกจากแหวนน่ะ พอฟื้นมาโซชิพาคาซึกิไปส่งที่บ้าน (ตอนนี้พูดถึงมายะด้วย น่ารักมากเลย สองหนุ่มๆๆ) มิตรภาพความเป็นเพื่อนลึกซึ้งจริงๆ

อันนี้จากนิยายค่ะ เสริมตอนโซชิเป็นแผลให้พอดีเลย

ใครอยากรู้ว่า 2คนนี้ทำไมผูกพันกันมาก แนะนำให้อ่านค่ะ เสริมเรื่องในอนิเมได้มากทีเดียว ตอนอ่านถ้าไม่คิดว่าโฮโมจักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งอยากให้เข้าใจถึงมิตรภาพความเป็นเพื่อนจริงๆค่ะ

(แปลจากนิยาย)
ตัวเองในอดีตอยู่ที่นี่
เสียงที่ส่งมาภายในสมอง เปลี่ยนเป็นเสียงจั๊กจั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
กลิ่นหอมของใบหญ้ากระทบกับจมูก
คาซึกิอยู่ในป่าข้างๆกับศาลเจ้าอยู่ทางตะวันออกของเกาะ
สิ่งที่กำอยู่ในมือขวาคือ อาวุธ
ไม่ใช่สิ น่าจะเรียกว่ากิ่งไม้ที่ใช้เป็นอาวุธมากกว่า

ของที่อยู่ในมือคาซึกินั้น เป็นกิ่งไม้ที่มีความยาวแทบจะพอๆกับตัวของคาซึกิในสมัยเด็ก
ที่กิ่งไม้มีเลือดเปื้อนอยู่.............
สิ่งที่ไหลออกมานั้นแดงฉาน ของสิ่งที่ไม่อาจจะย้อนกลับเข้าไปได้อีก ออกมาจากลูกตา
เจ็บจัง เจ็บ โอ๊ย เจ็บจังเลย
เสียงนั้นร้องออกมาด้วยความโหยหวน ช่างน่ากลัวราวกับกำลังเสียดแทงเข้าไปในอก
อ๊า!!!!!!!!!!.
คาซึกิมองไปฝ่ายตรงข้ามเปล่งเสียงออกมาด้วยความกลัว
ในตอนนั้นมีเด็กอีกคนที่อยู่ ตรงนั้น
---------------------

ในป่าช่วงฤดูร้อน ณ ที่แห่งนั้นมีเด็กอยู่ 2คน
เด็กคนหนึ่งมีชื่อว่า มาคาเบะ คาซึกิ
และเด็กอีกคนที่ชื่อว่า มินาชิโร่ โซชิ
โซชิเป็นเด็กที่กำลังเอามือกดปากแผลด้านซ้ายที่ใบหน้าและส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ทั้งคาง แก้ม สันจมูก ระหว่างมือ เต็มไปด้วยเลือดแดงฉานไหลออกมา
คาซึกิที่ร้องไห้ฟูมฟายมองดูโซชิ พร้อมกับคิดว่า ทำไม..ถึงเป็นแบบนี้ได้
ทำไม.....มือของตัวเองถึงต้องกำกิ่งไม้นี้อยู่ ทำไมมือของโซชิเต็มไปด้วยเลือด ทำไม-------

หรือว่าบางทีกำลังเล่นอะไรกัน แล้วจู่ๆกิ่งไม้ก็กระเด็นไปโดน คงไม่ได้เจตนา หรือไม่ก็โซชิอาจจะว่าอะไรแรงๆแล้วทำให้คาซึกิโกรธ หรือไม่ก็ไม้แค่กระเด็นไปเองเฉยๆ ถ้าเป็นอย่างงั้นตัวเองไม่น่าจะทำได้ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเลยนี่นา ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เกิดแผลฉกรรจ์ได้ถึงขนาดนี้เลยนี่นา
ต้องพูดอะไรสักอย่างให้อีกฝ่ายเข้าใจ
เออ
สุดท้ายสิ่งที่เอ่ยออกมาคือ เสียงของตัวเองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ตาขวาที่เหลือของโซชิเต็มไปด้วยน้ำตา เขาจ้องมาทางนี้
มือที่กดใบหน้าด้านซ้ายไว้ ค่อยๆเปิดออกมา
คา..ซึ...กิ......
สิ่งที่เอ่ยออกมาจากปากของโซชิในขณะนั้นคือชื่อของเขา
คาซึกิหนีไปแล้ว..............
วิ่งส่งเสียงร้องอย่างโหยหวนออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ปล่อยโซชิไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง

ความกลัว ตัวเองจะทำยังไงดี แค่คิดก็กลัวแล้ว
ทนไม่ได้จึงวิ่งหนีออกมา เหมือนกับตอนคุรามาเอะที่กำลังจะถูกหลุมดำดูดกลืนเขาทำได้แค่ตะโกนร้องวิ่ง ๆวิ่งหนีไปเพื่อหาที่ปลอดภัย
กลับบ้านและขังตัวเองอยู่ในห้อง
เขากลัวจนตัวสั่น พร้อมกับรอให้เวลาผ่านไป
และความกลัวที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต่อจากนี้ไป
คาซึกิได้แต่นิ่งเงียบ รอเวลาที่ใครสักคนจะมาต่อว่า
รอเวลาที่จะได้อธิบายกับพวกผู้ใหญ่ รอเวลาที่จะได้โดนทำโทษ ให้เขาได้สำนึกผิด
แต่ไม่มีใครมาต่อว่าสักคน

พ่อกลับมาตอนเย็น เจอคาซึกิเป็นไข้จึงพาไปหาหมอโทมิแต่ คาซึกิอยากจะให้พ่อโกรธ
พ่อไม่โกรธ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกรธ........
วันต่อมาร่างกายเย็นลง ไปโรงเรียน ในใจคิดว่าอาจจะโดนทำโทษต่อหน้านักเรียนคนอื่นก็เป็นได้
คิดจะหนีหลายครั้ง ตอนนี้หนีไม่ได้แล้ว ถ้าหนีความรู้สึกที่ว่าจะต้องถูกโกรธคงตามมาหลอกหลอนต่อไปอีก
ใครก็ได้ช่วยมาว่าที ไม่มีใครว่าเลย แต่ถ้ามีล่ะก็คงจะไม่รู้สึกผิดถึงขนาดนี้
ครูก็ไม่ได้พูดอะไรเลย โซชิหยุดเรียน

ผ่านไปวันแล้ววันเล่าโซชิก็ยังไม่มาโรงเรียน คนที่น่าจะว่าดุด่าเขาได้กลับไม่มา ตัวเองจะทำยังไงดี ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว
ในที่สุดก็ผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ ทำให้รู้ได้อย่างหนึ่งว่าโซชิคงไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดในตอนนั้น สถานที่แห่งนั้นออกมาแน่ๆ คาซึกิรู้สึกขึ้นมา 2 อย่างในเวลาเดียวกัน โล่งอกและรู้สึกผิด
2สัปดาห์ที่โซชิหยุดเรียน
ในระหว่างนั้นคาซึกินึกจะไปเยี่ยมโซชิหลายครั้ง อยากรู้อาการโซชิ อยากความลึกของแผลที่ตัวเองเป็นคนทำ
แต่เพราะความกลัวทำให้ไม่กล้าที่จะไป ได้แค่รอวันที่โซชิมาเรียน ถ้าโซชิมาคงจะสารภาพความผิดทั้งหมดที่ทำลงไป ให้ทุกๆคนได้รู้ด้วย

และหลังจากที่ 2 อาทิตย์ผ่านไป เวลาแค่10นาที ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
คาซึกิ มายืนข้างๆโซชิ
โซชิมีผ้าพันแผลผูกที่ตาซ้าย กลับมาเรียนอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่ร่าเริงเหมือนเคย
เหตุการณ์เช้าวันนั้นเป็นวันที่คาซึกิไม่มีวันลืม
โซชิพูดกับคาซึกิที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัว เพียงประโยคเดียว
อรุณสวัสดิ์ คาซึกิ
เพียงแค่นั้นไม่มีอย่างอื่น แค่นั้นจริงๆ เป็นแบบนี้เสมอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่การทักทายเจอกันอีกครั้งเท่านั้นเอง คาซึกิยังตะลึงกับคำพูดต่อไป
แค่หกล้มน่ะ
โซชิพูดบอกกับเพื่อนๆทุกคนเรื่องที่มาของบาดแผล
รอยยิ้มที่ให้ฝ่ายตรงข้ามสบายใจ

"ถึงจะ มองค่อนข้างลำบากไปหน่อยแต่ถ้าได้ทุกคนคอยช่วยคงไม่เป็นอะไร "
คาซึกิได้ยินโซชิพูดแบบนั้น
ไม่มีใครต่อว่าคาซึกิอีกเลย มีความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียไปตลอดกาล
หลังจากนั้นครึ่งปี คาซึกิกับโซชิอยู่กันคนละห้อง และค่อยๆห่างเหินกันไปในที่สุด

----------------------------------------------------

เรื่องย่อ โดยย่อต่อจากครั้งก่อน
-โซชิมาบ้านคาซึกิ คุยเรื่องคุรามาเอะ - ฟุมิฮิโกะให้คาซึกิลองปั้นดิน เพื่อบอกความนัยที่อากาเนะอยากจะบอกเกี่ยวกับเฟสตูมแต่คาซึกิไม่สนใจ นอกจากจะขับฟาฟเนอร์ตามที่โซชิบอกอย่างเดียวเท่านั้น
-วันต่อมา มายะมาทักทาย- คาซึกิไปร่วมงานศพให้คนที่สูญเสียไป-ได้ใบแดงแสดงเป็นไพล๊อตฟาฟเนอร์อย่างทางการ-เปลี่ยนตารางสอนใหม่
-ไปเรียนเจอมายะพูดเรื่องตัวเองขับฟาฟเนอร์ไม่ได้ อยากให้ปกป้องคนที่ต่อสู้ด้วยกัน- เรียนคาบแรกจากนั้น เป็นตารางฝึกของอัลวิส ไปอัลวิสกับโคโย
-ระหว่างทางที่จะไปฝึกซิมมูเลชั่นกับโคโย โคโยบอกให้ปกป้องพาร์ทเนอร์ของคาซึกิด้วย คาซึกิไม่รู้จักพารท์เนอร์ของตัวเอง เพราะไม่ได้ดูรายละเอียดนั่นเอง โคโยกับคาซึกิแยกไปคนละทาง
-เจอพาร์ทเนอร์ ฮาซาม่าโชโกะ มาร์คเซ็คส์ ฝึกซึมมูเลชั่นด้วยกัน
-ขากลับคาซึกิกลับกับโชโกะ (ตอนนี้เน้นเนื้อเรื่องของโชโกะล้วนๆ)
ตอนที่ส่งโชโกะที่หน้าบ้านคาซึกิยื่นมืออกไปให้โชโกะจับ ตอนที่มือกอบกุมกันในเขาคิดว่าจะต้องปกป้องพารท์เนอร์ที่สำคัญคนนี้ไว้ให้ได้ (พออ่านตอนนี้ระนึกถึงตอนที่ 6 แล้วน้ำตาไหลเลยง่ะ)
-บทส่งท้าย เหตุการณ์ต่อจากบทนำ ที่คาซึกิสู้เสร็จแล้วกลับมาที่เกาะ(กำลังอ่านอยู่ .....)



สรุป-เนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วงอนิเมชั่น ตอนที่ 1-7 ไม่เหมือนกับอนิเมทั้งหมด เหมือนกับพาราเรลแล้วเรื่องเสริมให้เข้าใจตัวละครมากยิ่งขึ้น มาร์คเอล์ฟของคาซึกิจะสีดำ
ชื่อตอนมาจากเนื้อเพลง fly me to the sky (ตรงมากค่ะขอบอก)
プロローグ ノイズ 11 บทนำ เสียง
一章 まだ 見ぬ世界へ 17 บทที่1 สู่โลกที่ไม่เห็นเจอมาก่อน
二章 行く先は闇でも109 บทที่ 2 หนทางข้างหน้าแม้จะมืดมิด
三章 やがて来る日々181บทที่ 3 อีกไม่ช้าวันนั้นก็จะมาถึง
エピローグ 261 บทส่งท้าย

อ้อมีอธิบายตอนก่อนที่จะใส่ซินเนอร์เจติคสูทด้วยนะคะว่าทำไมถึงเปลือย
คำอธิบายจากนิยาย

ในระหว่างเดินแสงที่น้ำเงินขาวที่ส่องมาระหว่างทางเดินนั้นเป็นแสงที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคและก็มีลมอุ่นๆมาพัดกระทบกับร่างกายเพื่อขจัดฝุ่นละอองให้ออกจากร่างกายนั่นเอง
ระยะทาง 10เมตร แต่ขำคาซึกิมากเลยในใจคิดว่า"ตั้งแต่กิดมาต้องมาเดินเปลือยแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าเป็นไปได้อยากจะวิ่งให้ไปถึง1เมตรสุดท้ายเร็วๆนี่มันลู่วิ่งเปลือยกายรึไงเนี่ย ??"
--------------

ตอนใส่ซินเนอร์เจติคสูท รู้สึกเหมือนชุดว่ายน้ำ (แต่ในอนิเมนี่คอสเพลย์?)
ลืมบอกเรื่องภาพประกอบในนิยาย
คาซึกิโซชิ พินอัพ สี
โคโย คาซึกิ โชโกะ มายะ คุรามาเอะ โซชิ พินอัพ สี
คาซึกิ มายะ ขาวดำ
คุรามาเอะ มายะ โคโย โซชิ ขาวดำ
โซชิ คาซึกิ ขาวดำ
ฟาฟเนอร์ เฟสตูม ขาวดำ
คาซึกิ โซชิ ขาวดำ
โชโกะ ซินเนอร์สูท ขาวดำ
คาซึกิมายะ ขาวดำ
ทุกภาพวาดโดย อ. ฮิราอิค่ะ

-----------------------------

ปกติคาซึกิจะไม่ค่อยคิดอะไร แต่ตอนบทส่งท้ายนี่ มานั่งคิดอะไรหลายๆอย่างที่ชายทะเล ประมาณว่าเหมือนไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นความจริงน่ะค่ะ ตั้งแต่นั่งอ่านมาคาซึกิจะไม่ร้องไห้เลย (ก็ไม่เห็นเคยคิดมากเลยนี่นา)แต่พอมาตอนหลังนี่ มานั่งคิดอะไรหลายอย่างคนเดียว กลัวที่จะไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่น นั่งนึกถึงวันที่ความสงบสุขจะกลับมาอีกครั้ง แต่อะไรหลายๆอย่างคงเปลี่ยนไป สุดท้ายพอมารู้สึกตัวอีกทีน้ำตาก็อาบแก้มตัวเองแล้ว ประมาณนี้น่ะค่ะ ・゚・。 ( つД` ) ・゚・

อ้อ ในนิยายนี่คนที่ขับฟาฟเนอร์ได้จะมีความสามารถพิเศษมากกว่าเด็กคนอื่นค่ะ (ตรงนี้จะต่างจากอนิเม)
คาซึกิ เก่งด้านพลังกาย วิ่งเร็ว เล่นกีฬาเก่งประมาณว่าสามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิคได้ทุกเหรียญเลยว่างั้นเถอะ
มายะ เดาใจคนเก่ง (เดาคาซึกิได้ทุกที มายะจะเป็นคนที่รู้ใจคาซึกิมากที่สุด )
โคโย ฉลาด สามารถจำข้อมูลได้จำนวนมากๆ มนุษยสัมพันธ์ดี (แต่ตอนหลังเปลี่ยนไปมากตั้งแต่โชโกะตายคอยถากถางและอยากเอาชนะคาซึกิตลอด นี่ก็ไม่เหมือนในอนิเม )
โชโกะ มาเผยตอนที่ได้เป็นคู่หูมาร์คเอลฟ์นี่แหละค่ะ อดทนเป็นเลิศ จินตนาการเก่ง

ที่โชโกะเรียกคาซึกิเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวนี่เขาจะเสริมความรู้สึกของโชโกะจากดราม่าซีดีอีกค่ะว่า โชโกะที่ร่างกายอ่อนแอ เวลาที่คาซึกิให้ขี่หลังแล้ววิ่งเนี่ย (คาซึกิวิ่งเร็ว) โชโกะประทับใจค่ะ เพราะคนป่วยยังไงก็วิ่งไม่ได้อยู่แล้ว พอมาเห็นแล้วรู้สึกเหมือนคาซึกิเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว ส่วนคาซึกิตอนนั้นนึกว่าตัวเองกำลังเป็นรถม้าค่ะ
ตอนที่ฝึกพารท์เนอร์กัน 2คน(โชโกะมาร์คเซ็คส์กับคาซึกิมาร์คเอลฟ์) หลังจากฝึกเสร็จตอนที่นั่งยานขนส่งกลับ โชโกะจะเหนื่อยแล้วก็นอนหนุนไหล่คาซึกิ (ลองนึกภาพตอนที่5ของอนิเมที่โชโกะหนุนไหล่โคโยนะคะ) ตอนนั้นจู่ๆ โชโกะก็ละเมอออกมาว่า "เนื้อ...." คาซึกิเลยงง โชโกะตื่นมาลุกลี้ลุกลนบอกคาซึกิว่า "นี่ ได้โปรด อย่าพูดถึงเรื่องเมื่อกี้อีกนะ.."
คาซึกิ " เนื้อ ?หิว เหรอ...?"
โชโกะ " ...ก็บอกไม่ให้พูดไง"
จากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งในระหว่างที่คาซึกิเดินไปส่งโชโกะกลับบ้าน โชโกะจะเล่าเรื่องที่มาของเนื้อย่างให้คาซึกิฟัง ค่ะว่า
โชโกะร่างกายไม่สมบูรณ์ป่วยเป็นโรคตับ ต้องทนทุกข์ทรมาณเจ็บปวดกับอาการนี้อยู่ตลอด เลยทำให้กินอะไรไม่ค่อยได้ แต่เคยได้กินเนื้อกับแฮมเบอร์เกอร์ใครั้งหนึ่งในวันเกิด เมื่อตอนเด็กๆ ติดใจ พอหลังจากนั้นตอนที่ท้องว่างมักจะนึกถึงเนื้อเสมอ ตอนเด็กอยากินแฮมเบอร์เกอร์ ตอนโตมาก็อยากินเนื้อย่าง สงสารตัวเองเหลือเกินเป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆ วันๆนั่งนึกถึงเนื้อย่าง เนื้อย่างๆๆๆๆ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ
ตอนที่นั่งอยู่ในห้องมองออกมานอกหน้าต่างมักจะจินตนาการถึงตัวเองว่ากำลังเป็นนกที่โบยบินอยู่.... ได้กินของกินอย่างอิ่มหนำสำราญจนหัวเราะที่ตัวเองกินเยอะจนขยับไม่ได้บ้างล่ะ... ได้ออกกำลังกายจนเหงื่อไหล....ได้เดินพูดคุยกลับบ้านกับเพื่อนๆ
...และบางครั้งก็คิดไปจนถึงว่าตัวเองตายไปแล้ว เป็นขี้เถ้าเอาไปโปรยในทะเล โปรยบนภูเขา ให้นกได้กิน หลังจากนั้นก็จะได้เกิดใหม่กลับมาอีกครั้ง ขอให้ได้ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์กว่านี้ ...
ตอนที่คาซึกิไปนั่งที่ทะเล คาซึกิจะนึกถึงคำพูดของโชโกะค่ะ แล้วคิดว่า อย่าว่าแต่ขี้เถ้าเลย มาร์คเซ็คที่ระเบิดไปไม่เหลืออะไรสักอย่าง .......

พออ่านนิยายเสร็จไปดูตอนที่โชโกะตาย น้ำตาซึมอีกรอบเลย T0T


----------------------------------------

ไว้พรุ่งนี้จะมาตอบและก็กลับเข้านิกคิเหมือนเดิม มานั่งอ่านแล้ว อยากให้คุณอุบุคาตะเขียนภาคต่อจริงๆ ได้ยินข่าวลือว่าจะเขียนแหม ถ้าข่าวลือเป็นความจริงก็ดีสิ

Edit / ล่าสุด ก็เป็นส่วนหนึ่งจากนิยายค่ะ อ่านแล้วทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากจริงๆนะคะ ถ้าเพื่อนๆอ่านนิยายข้างบนแล้วทำให้รู้สึกชอบฟาฟเนอร์ขึ้นมาจากเดิมขึ้นมาบ้างสัก 1% ระก็พอใจแล้วล่ะค่ะ มาอีดิดคราวนี้ นั่งอ่านอีกรอบ น้ำตาซึมอีกแล้ว บ่อน้ำตาแตกบ่อยจริงๆ

ที่เกาะโพสไม่ได้เกิดอาการงง เคืองเลยยกมาไว้ที่นี่เลย จริงๆเป็นโครงการที่จะทำลงในหนังสือแจกฟรีค่ะ แต่ช่วงนี้งานเยอะเลยไม่มีโอกาสไปร้านซีร็อคสักที ชอบภาพประกอบที่เอื้อยวาดให้มากๆเลย แต่ยังไม่ลงที่บลอคหรอก เก็บเป็นความลับ (จริงๆขี้เกียจอัพ เนื่องจากเคืองที่โพสไม่ติด)

แองเจลล่าแต่งเพลง RIGHT OF LEFT ไป 80% แล้ว เย้ๆๆอยากฟังเร็วๆจัง

อันนี้แถมบทสัมภาษณ์ของคุณอิชิอิ จากเซย์ยูกรังปรีด์ คุณอิชิอิน่ารักมากเลย แถมลงรูปทำหน้าคล้ายๆคาซึกิอีก จริงๆก็เป็นไปแล้วอ่ะนะ ^0^//

วันนี้ว่าจะไปโพสที่เวบสักหน่อย ไว้พรุ่งนี้ดีกว่าชักหมดแรง คาใจมานานตอนฉากเปิดของพีเอสพี จะมีเสียงคาซึกิตอนเด็ก ถ้าในทีวีจะเป็นโทโยะงุจิพากย์ แต่เท่าที่ระฟังเสียงแล้ว เหมือนเขาพากย์เองเลยง่ะ ทำเสียงเด็กน่ารักมากกะจะไปถามนะเนี่ย

เสียงคาซึกิตอนเด็กน่ารักๆๆๆ

สัมภาษณ์คุณอิชิอิ มาโกโตะ เรื่องคาแรกเตอร์ซีดี

เป็นการอัดเสียงครั้งแรก?

อิชิอิ ตอนแรกร้องไปเรื่อยๆครับ ไดแรกเตอร์แนะนำจับจุดให้ว่าคาซึกิอยู่ในสภาพนี้นะ ความรู้สึกแบบนี้นะ ก็เลยร้องใส่ความรู้สึกของคาซึกิไปให้เหมือนกับตอนอัดเสียงพากย์ครับ

เนื้อเพลงและอิมเมจของเพลงล่ะคะ

อิชิอิ-คิดว่าเพลงของคาซึกิต้องบัลลาดแน่ๆพอมาเจอแนวฮาร์ดค่อนข้างตกใจครับ ปกติผมชอบเพลงของวงควีนซึ่งเป็นดนตรีของทางตะวันตกอยู่แล้วก็เลยไม่รู้สึกว่าร้องยากเท่าไหร่ เนื้อเพลงก็เป็นตอนกลับมาที่เกาะเป็นการตัดสินใจที่มุ่งมั่นของคาซึกิ ตอนที่ร้องเพลงตอนแรกผมจะนึกภาพว่าคาซึกิกำลังขับมาร์คไซน์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ที่จริงแล้วมีความรู้สึกเหมือนกับคาซึกิไปที่ภูเขาอันโดดเดี่ยว(ฮิโตริยามะ) ไปยืนรับสายลมแล้วจ้องมองมาที่บรรยากาศของเกาะทัตสึมิยะอย่างเงียบๆมากกว่า

ในดีวีดีก็มีฉากของแต่ละตัวละครรวบรวมไว้ด้วยใช่ไหมคะ

อิชิอิ-ผมยังไม่ได้ดู คิดว่าเป็นฉากตอนที่คาซึกิขับฟาฟเนอร์ตอนแรก ครั้งแรกของการต่อสู้ แล้วก็ตอนที่เพิ่งกลับมา ส่วนผมชอบตอนที่ 6 ฉากที่โชโกะตายแล้วคาซึกิตะโกนเรียกจนร้องไห้ออกมา ถ้ามีฉากเศร้านี่จะเข้ากับเพลงไหมนะ.นอกจากนี้ก็มีบทสัมภาษณ์ของผมด้วย นั่งใต้ต้นไม้อยู่ในสวนบรรยากาศธรรมชาติมากเลยครับ

ของโซชิ มายะก็ออกวางจำหน่ายพร้อมกัน

อิชิอิ-Flugelของคาซึกิแปลว่าปีก azul ของมายะแปลว่าท้องทะเล terraของโซชิแปลว่าแผ่นดิน

แต่ละคนก็มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไป อีก2เพลงเป็นบัลลาดครับ เสียงตอนร้องเพลงอิมเมจจะต่างจากตอนปกติ มีความหมายที่ลึกซึ้งครับ มาริกะจังร้องออกมาสมกับเป็นมายะ ส่วนคิยาสึซัง

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนที่ร้องเพลงเสียงจะเป็นแบบนี้!!!

ข้อความฝากถึงแฟนๆ

อิชิอิ-สายสัมพันธ์ของพวกคาซึกิแน่นแฟ้นมากครับไม่ว่าจะกับเพื่อนครอบครัว อยากให้ทุกคนที่ได้ดูฟาฟเนอร์จบแล้ว อยากให้นึกถึงคนข้างๆด้วย อาจจะค้นพบความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นแบบพวกคาซึกิก็เป็นได้ นอกจากนี้ขอให้สนุกกับเสียงเพลงที่เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่ได้นอกเหนือจากในเรื่อง แล้วก็ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ลองดูฟาฟเนอร์อีกรอบอาจเจอสิ่งแปลกใหม่ก็ได้นะครับ

----------------------------------------------

คาแรกเตอร์อัลบั้ม

คาแรกเตอร์อัลบั้ม คาซึกิ Flugel-


รหัส KICA-663 ราคา 2000 เยน

CD
01. Flugel
02. Flugel (off vocal collection)
[B]Bonus Track
03. Flugel INST Ver. บรรเลงโดยกีตาร์ไฟฟ้าเป็นหลัก

DVD
1. Character Preview Kazki รวมภาพคาซึกิ+เพลง
2. Cast Comment สัมภาษณ์ CV. ishii makoto


คาแรกเตอร์อัลบั้ม มายะ-azul-
รหัส KICA-665 ราคา 2000 เยน

CD
1. azul
2. azul (off vocal version)
Bonus Track
3. azul INST Ver. ทำนองกล่องเพลงบรรเลง

DVD
1. Character Preview Maya รวมภาพมายะ+เพลง
2. Cast Comment สัมภาษณ์ Cv.Matsumoto Marika


คาแรกเตอร์อัลบั้ม โซชิ -terra-
รหัส KICA-664 ราคา2000 เยน

CD
1. terra
2. terra (off vocal version)
Bonus Track
3. terra INST Ver. บรรเลงโดยใช้กีตาร์เป็นเสียงหลัก

DVD
1. Character Preview Kazkii- รวมภาพโซชิ+เพลง
2. Cast Comment สัมภาษณ์ (cv.คิยาสึ โคเฮ)

Flugel / ปีก

kaze wo ukete mioroshitabashoni
ร่างกายปะทะกับสายลม เมื่อมองไปยังเบื้องล่าง

mata minaretakeshiki ga utsuru
ยังคงเป็นทิวทัศน์เดิมๆที่เคยมองอยู่เสมอ

soshite haruka ten ni mierunowa
จุดที่มองเห็นอยู่ไกลออกไปนั้น

sukoshimaeno chisana jibun
คือตัวเองในอดีตมีร่างกายเพียงนิดเดียว

tomadoimo nagekimo yowasamo
ความลังเล ความเศร้า ความอ่อนแอ

zembusuteta yatto wakattanda
ทิ้งไปหมดแล้วทุกอย่าง ในที่สุดฉันก็เข้าใจ

hikisakareta tsubasade maiagaru sorawa
ผืนฟ้าที่สยายปีกทะยานขึ้นไปนั้นสีครามสดใสที่ทอดยาวออกไปไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

kanashii hodoao kute takaimugen
มากกว่าที่ความเศร้าจะแทรกเข้ามาได้อีก

yokubou notsubasakara konotedemamoritai
อยากจะปกป้องปีกแห่งความหวังด้วยมือคู่นี้

namidawa mou iranaisa
จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมาอีกต่อไปแล้ว

kataku nigiru kobushino nakaniwa
มือที่กำแน่น

mou eranda kotae ga arusa
มีคำตอบที่ได้เลือกไว้อยู่แล้วในนั้น

touhi janaku boukan demonaku
ไม่หลบเลี่ยง ไม่เพียงแค่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆอีกต่อไป

idomukoto soredakede iisa
คราวนี้จะเผชิญหน้าสู้

ikuemono sono omoikuzari
โซ่ที่พันธนาการหลายชั้น

seou naraba hitorijanakuteii
นายไม่จำเป็นต้องแบกรับเอาไว้เพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ

imamesametatsubasade maiiagarusorawa
ท้องฟ้าแห่งนี้ที่ปีกที่ตื่นจากหลับไหลทะยานขึ้นไป

mayoimokegaremonai sankujuari
สู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีความสับสนและมลทิน

zetsubou norasenkara konotede sukuitai
อยากใช้มือนี้ช่วยให้พ้นจากวงเวียนแห่งความสิ้นหวัง

donnakizumo owasenai
จะไม่ให้เกิดรอยแผลขึ้นมาอีกต่อไปแล้ว

taisetsuna mono wo mamoritai
อยากปกป้องสิ่งสำคัญ

inoji michiru aisuru subetewo
เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิต และอยากปกป้องทุกอย่างที่เป็นที่รัก

yomigaetta tsubasade maiagarusorawa
ในท้องฟ้าที่ปีกหวนกลับคืนมาทะยานขึ้นไป

itamimo osoremonai sankujuari
สู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ไร้ซึ่งความกลัวและความสิ้นหวัง

yokubou no tsubasakara konotedemamoritai
อยากจะปกป้องปีกแห่งความปรารถนาด้วยมือคู่นี้

namidamou iranaisa จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมาอีกต่อไปแล้ว
Never cry
Never cry

Azul ท้องฟ้าสีคราม
Song by MATSUMOTO MARIKA (MAYA)

Umaretewa soshite kieteku
พอการเกิดขึ้นมาแล้วในไม่ช้าต้องดับสูญ

Mizuno awa mitaini
ราวกับฟองน้ำล่องลอยบนผิวน้ำ

Kawa atteku konosekaini
โลกนับวันค่อยๆเปลี่ยนแปลง

Koushite ikiteiru keredo
ดำเนินชีวิตแบบนี้อยู่ไปเรื่อยๆ

Anosorega tada aoiyouni
ท้องฟ้าผืนนั้นยังคงมีสีครามสดใส

Umigaaoi youni
มหาสมุทรสีฟ้าคราม

Taisetsuna monowa kitto
หากคนสำคัญเป็นอย่างท้องฟ้าและมหาสมุทร

Keshitekawaranai kara
เขาไม่มีทางเปลี่ยนไปแน่ๆ

Fureattateno nukumori tsuyosa
ยังคงรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากอุ้งมือที่เคยกอบกุมกันอย่างหนาแน่น

Mimamoru manazashi omoikimochi
เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่อยากคอยดูแลเธอด้วยสายตาคู่นี้

Zutto zutto oboeteirukara
ฉันยังคงจดจำเธอตลอดไป

Nanimo mou kowakunaiyo
ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

Zutto zutto shinjite irkara
ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอตลอดเวลา

Naniga attemo daijoubudayo
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน

Itsumademo yurikagononaka
ทุกครั้งรู้สึกเหมือนกับทารกน้อยอยู่ในเปล

Nemurewashinaikedo
ที่ไม่อาจข่มตาหลับลงได้

Anokazeya yasashisanara
พอได้สัมผัสกับสายลมพัดโชยมาเอื่อยๆ

Omoidasu kotodekiru
ทำให้นึกถึงความทรงจำในตอนที่อยู่กับเธอได้ทั้งหมด

Namida dattara konote nohirade
เมื่อใดที่เธอร้องไห้ ฉันจะใช้มือคู่นี้

Tsutsude ageruyo atatakaiyo
คอยซับน้ำตาที่ไหลริน อบอุ่นเหลือเกิน

Zetsubou tamerai kanashi unmeii
เมื่อใดที่เผชิญกับชะตากรรมแห่งเศร้า ความสิ้นหวัง ลังเลใจ

Soredakeno asu gakitemo
ได้เพียงแต่รอคอยรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือน

Zutto zutto shinjiteiikara
ฉันยังคงเชื่อมั่นในตัวเธอตลอดเวลา

Kimino omou sonosubetedeii
พอได้นึกถึงเธอ สำหรับฉันแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

Kimiwakimidayo soredakeii
เธอก็ยังคงเป็นเธอ แค่นี้ก็พอแล้ว

Taisetsuna monowa kitto nokoru
สิ่งสำคัญยังคงอยู่ในใจดวงนี้

Zutto zutto kokodemiterukaara
ฉันคอยเฝ้ามองเธออยู่ตรงนี้ตลอดไป

Mayowazuni aruiteite
ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

Zutto zutto shinjiteirukara
ฉันยังคงเชื่อมั่นในตัวเธอตลอดเวลา

Nanigaattemo daijoubudayo
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ

Nanigaattemo
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

Shinjiteiruyo
ฉันเชื่อเธอ..

Terra โลก-ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่
ร้องโดย คุณคิยาสึ โคเฮ (โซชิ)

obietakokoroni yadoru kanashimiwa
จิตใจที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวหล่อหลอมราวกับความเศร้า

razen nitsuranaru yamini kubetekita
รู้สึกเหมือนกับถูกโยนทิ้งไปในวังวนแห่งความมืดมิด

shizuka nakokoroni nani wo yadosouka
แล้วจะให้ความรู้สึกไหนแทนที่จิตใจที่อ้างว้างนี่ดี

jyounetsu wo samasu koori no kakeraka
ทุกครั้งที่คอยอดกลั้นความรู้สึกที่รุนแรง ให้เย็นชาเหมือนดั่งน้ำแข็งเย็นยะเยือก

imawa surechigau dakedo wakariaeru kitto
ตอนนี้ถึงจะถูกเข้าใจผิด เชื่อว่าทุกคนจะต้องเข้าใจในสิ่งที่ผมได้ทำลงไป

kazeni utare tsuyokunaru fuyugare no kinoyouni
ลมที่มากระทบพัดรุนแรงขึ้น รากที่แผ่ขยายออกไป

ne wo hirogeteyou
ราวกับต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาในฤดูหนาว

konohateshinaidaichi sorato umi to sonoegao mamorunara
ภายใต้แผ่นดิน ผืนฟ้า น้ำทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด อยากจะปกป้องรอยยิ้มเหล่านั้น

bokunara nanimokowakunai nanimoiranai
ผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ไม่มีอะไรอีกแล้ว

shinjitsukara mewo sorazuni
ไม่อาจละสายตาเบือนหน้าหนีจากสภาพความเป็นจริง

yurakinonai kokorono mamani
เผชิญหน้าพร้อมกับจิตใจที่แน่วแน่

inoriwa itsudemo zetsubou nimichite
คำอธิษฐานถึงแม้อาจจะเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

sukuiwa itsudemo munenonakaniaru
ถึงยังไงความรู้สึกที่อยากจะช่วยให้ทุกคนพ้นภัยก็เต็มเปี่ยมอยู่ในอกเช่นกัน

mierumono mienaimono sorezore no itamiwo
สิ่งที่มองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็น ความเจ็บปวดที่ได้รับมาในแต่ละครั้งนั้น

hitotsu zutsu oboe nagara fuyudareno kinoyouni
ยังคงจำได้เป็นอย่างดี ถาโถมเข้ามารุนแรง

uketometeyukou
โดนเหมือนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาในฤดูหนาว

konokazewatarudaichi sorato umito kimi wo tadamamorutame
สายลมที่พัดผ่านผืนแผ่นดิน ท้องฟ้า ทะเล เพียงแค่อยากจะปกป้องเธอ

kodokumo nanimokawakunai kizunadonai
ถึงจะเดียวดายผมก็ไม่กลัว ไม่อยากให้เกิดรอยแผลขึ้นอีก

harukatooku shizenwonagete
ทอดสายตามองไปเบื้องหน้าอันยาวไกล

madaminumono mitsumeteiyou
ถึงตอนนี้จะยังมองไม่เห็น สักวันต้องได้พบแน่ๆ

kakegaenai mono shinjiru mono sonosubete mamorunara
สิ่งที่หาใดทดแทนไม่ได้ สิ่งที่เชื่อมั่น หากสามารถปกป้องได้หมดทุกอย่าง

bokunara nanimo oshikunai nanimokamosa
ผมไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบางทีอาจจจะไม่เหลืออะไรเลย

itsukakitto kokorowakitto
จิตใจที่ถูกทำให้แตกสลาย สักวันหนึ่ง

tokihanatare hitotsuninareru
จะรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน---

------------------------------------------

เหนื่อยๆๆๆๆ แต่ฟังเพลงแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ