storyย่อยจากที่ไปอยุธยา
posted on 04 Nov 2008 13:22 by azulจะว่าไปมานั่งคิดดูแล้ว เหมือนจะได้ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเยอะกว่าที่ไทย เคยคิดเหมือนกันว่า ประเทศของตัวเองก็มีที่เที่ยวเยอะแยะ อยากไปหลายๆที่ด้วย แต่มันจะติดตรงที่ว่า "ไม่มีเวลา"(<--เกลียดคำนี้มากเลยนะเนี่ย) แต่ถ้า"มีโอกาส"ก็อยากไปสักครั้ง จนมาทำให้คิดจริงๆจังๆก็ตอนที่เพื่อนของน้องชาย (คนญี่ปุ่นที่รู้จักกันที่แคนาดา) จะมาเที่ยวที่ไทย แล้วจะมาพักที่บ้านด้วย ผลกระทบจากน้องชายก็เลยช่วยคิดว่าหาที่เที่ยวที่ไหนบ้างในไทยที่น่าสนใจและถ้าเขากลับประเทศไปแล้วประทับใจไม่รู้ลืมต้องให้อยากมาอีก
ทีนี้ก็นั่งหาข้อมูล อ่านไปอ่านมาชักอยากไปเอง เลยวันสุดท้ายนี่แหละขอตามไปอยุธาด้วย เผื่อเพื่อนระที่ญี่ปุ่นมาจะได้พาไปมั่ง เรียกว่าขอไปสำรวจเส้นทางก่อน
เพื่อนน้องชายระมาเมื่ออังคารที่แล้วค่ะ เพิ่งกลับไปเมื่อวาน (จันทร์) มาพักที่บ้านบางวันด้วย ในบ้านเลยกลายเป็นสภาวะอินเตอร์เนขั่นแนลชั่วคราว (บ้านเดียวส่งกัน 3ภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น) ส่วนวันอื่นนี่ไปกับน้องชายระ เลยต้องไปค้างต่างจังหวัด น้องชายเขาไม่อยากให้เพื่อนนั่งรถทัวร์ไป เลยขับรถพาไปทัวร์เอง ประเดิมซื้อ NAVIGATION ติดรถ เพื่อการนี้เลย ขำตรงที่ตอนไปสุโขทัย น้องมาเล่าให้ฟังว่า นำทางเข้าไปในซอยเปลี่ยวนี่แหละ
ไปสุโขทัย เชียงใหม่ กรุงเทพ วันสุดท้ายอยุธยาค่ะ เรียกว่ามาทัวร์ประวัติศาสตร์เลยนะเนี่ย คือเพื่อนน้องคนนี้ชอบลุยๆ มากกว่าเดินห้าง หรือซื้อของในเมือง ฝันว่าจะได้มาขี่ช้างในไทย แล้วก็ได้ขี่สมใจ ท่าทางชอบใจใหญ่เลย ของบางอย่างเราเห็นปกติแต่คนต่างชาติเห็นคิดไปอีกอย่าง คิดแล้วก็สนุกดีเหมือนกันนะ อย่างวันนึงเห็นเขาเอากล้องมาถ่ายขวดเบียร์สิงห์ นึกถึงตอนระนั่งถ่ายรูป แก้วใส่น้ำเมลอนโฟลด์ที่ญี่ปุ่นเหมือนกันแอะ อารมณ์เดียวกัน"บ้านเราไม่มีแบบนี้นี่นา"
คราวนี้จะไม่เขียนออกแนวสารคดี (เคยมีสาระเหรอบล็อกนี้เนี่ย)เลยกะว่าเอาเรื่องไซด์สตอรี่ย่อยๆที่ไปเจอมาเอามาลงล่ะกันค่ะ
วันที่ไปอยุธยาเป็นวันที่เพื่อนน้องระจะกลับญี่ปุ่นด้วย (เครื่องออก 4ทุ่ม) เลยไปเที่ยวไม่ทั่วเท่าไหร่ แต่แค่นี้ระก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ
วิหารพระมงคลบพิตร จำได้ว่า เคยมาตอนทัศนศึกษาตอนม.ต้น แต่ไม่ยักกะจำได้ชัดแฮะ พอมาเดินครั้งนี้มีความรู้สึกเหมือนได้มาเดินครั้งแรก ตอนที่เดินผ่านร้านขายของแม่ค้าพูดกับเพื่อนน้องระว่า "yasui (ถูกนะ)" แต่เพื่อนน้องคนนี้เค้าเป็นคนซื้อของเก่ง ต่อราคาของเก่งด้วย คือเค้าจะเดินดูหลายๆร้านก่อนแล้วเลือกดูเอาของที่ดีที่สุดน่ะค่ะ วันนี้โชคดีอากาศดี คนก็ไม่เยอะ แถมเจอทัวร์ญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ด้วย คิดว่าคนญี่ปุ่นต้องมาอยุธยากันเยอะแหงๆขนาดเมนูที่ร้านอาหาที่ไปกิน มีภาษาญี่ปุ่นด้วย
วัดพระศรีสรรเพชญ์
อ่านประวัติศาสตร์เมื่อตอนที่เรียนแล้วไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ แต่พอมาได้เห็นของจริงแล้วมาสัมผัสด้วยตาและมือของตัวเอง แล้วอ่านประวัติจากไกด์บุ๊คตามไปด้วยอีกครั้งมัน รู้สึกได้ถึงความอลังการปนกับความหดหู่ที่เหลือไว้เพียงแค่ซากปรักหักพัง เฮ้อ น้ำตาแทบจะไหลแหนะ
ตอนที่เดินอยู่ก็จินตนาการดูว่า ถ้าไม่ถูกเผาแล้วเหลือมาอยู่ถึงตอนนี้จะสวยขนาดไหนนะ คนสมัยก่อนในจุดที่เรายืนนี่เค้าทำอะไรกันอยู่นะ แล้วตอนที่เกิดสงครามมีคนที่สูญเสียอยู่ตรงที่เรายืนกันกี่คน เดินถ่ายรูปไปบ่นให้น้องชายฟังไปจนมันแซวว่า ระวังหลงไปยุคเก่าหรอก แหม ก็สภาพมันทำให้อยากให้จินตนาการนี่นา ว่าแต่บันไดชันจัง คนสมัยก่อนนี่คงไม่วิ่งลงบันไดหรอกมั้งเนอะ ตอนขึ้น-ลงบันไดต้องค่อยๆก้าวมากเลย กลัวหล่น
เดินไปเจอแมวน้อย มีดอกไม้โปะหัวเดินอยู่ด้วย นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมองแมวน้อยแล้วยิ้มกันใหญ่เลย ระเลยลองเีีรียก เมี๊ยวๆๆ มันก็เดินเข้ามาหา แล้วดอกไม้ก็ไม่หล่นนะ กะว่าจะถ่ายรูปจนมีจังหวะนึงจะถ่ายแล้วมันดันก้มหัวลง ดอกไม้เลยหล่นแหมะลงพื้น ระกับน้องระเลยบ้าจี้เอาดอกไม้ไปใส่บนหัวมันใหม่ เลยได้ภาพมาอย่างที่เห็น
วัดโลกยสุธาราม
อันนี้เดินกันมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ แถวนี้เรียกวัดพระนอนกัน เพราะตอนแรกที่เดินไปดูจากแผนที่ไม่แน่ใจว่าซอยนี้หรือเปล่า แต่พอดีชาวบ้านแถวนั้นใจดี บอกมาว่าซอยนี้แหละจ้าไปวัดพระนอน ก่อนที่จะเดินไปถึงเห็นด้านหลังพระนอนมาแต่ไกลเลย ทว่าวิหารแถวนี้ราบเลยแฮะ เหลือแต่ฐานอิฐอย่างเดียว อะไรกันเนี่ย.......
เดินมาเห็นด้านหน้าพระนอน ไม่เคยมาที่นี่ก่อนนะคะ แต่มันคุ้นเหมือนเคยเห็นภาพที่ไหนมาก่อน พอเดินเข้าไปเห็นชัดๆนี่ใช่เลย "ฉากของสกัดในสตรีทไฟท์เตอร์"นี่เอง พอดีติดไหว้พระกับงงงวยกับไกด์ตัวน้อยมากไปหน่อย เลยลืมทำท่า "โชริวเคน" ด้านหน้าพระถ่ายรูป ไว้เป็นที่ระลึกเลยแฮะ น้องชายระก็ยังเสียดาย แหม...
พูดถึงไกด์ตัวน้อยหน่อย ก็ตอนที่ระไปซื้อดอกไม้จะมาไหว้พระ ที่นี้ก็มีเด็กผู้หญิง3-4คนได้ คิดว่า เป็นเด็กแถวนั้นแหละค่ะ ก็วิ่งเข้ามาหา (ส่วนเพื่อนน้องชายระโดนป้าประกบ ท่าทางป้าจะถนัดเซอร์วิสคนต่างชาติ)
แล้วเด็กผู้หญิงก็พูดกับเพื่อนของคุณเธอกันเองเลยนะประมาณว่า
"คนผู้หญิงเราจอง "<----หมายถึงระ
(อะไรกันเนี่ยเด็กพวกนี้???....)
"งั้นเราจองคนผู้ชาย อย่ามายุ่งนะ" <---- หมายถึงน้องชายระ
ที่นี้คุณน้องก็เริ่มฝอยเลย "พี่คะจุดธูปเทียนตรงนี้นะคะ เดี๋ยวหนูจะบอกวิธีไปไหว้พระให้"
"อ่ะ..ค่ะค่ะ .........."
พอไหว้เสร็จแล้วจะยืน "ดอกบัวไปไว้ตรงมือท่านก็ได้ค่ะ แล้วพี่มีแฟนแล้วเหรอคะ ใส่แหวนน่ะ"
(อ้าว..(^-^;) น้องพี่ไม่ยูริกับน้องนะ แต่ถามตรงจังเลยตอบไป) "ค่ะ"
แล้วเด็กอีกคนแทรกมา แกไม่เห็นหรือไงนี่ไงแฟนเค้า (ชี้ไปที่น้องชายระ)
( (;゚д゚) ・・・!? เวรแล้ว เดี๋ยวฟ้าผ่าตายนี่มันน้องชายชั้นนนนน)
"ไม่ใช่จ๊ะของพี่เค้าอยู่ไกล!!!เรื่องนี้ช่างมันเถอะ ปะไปแปะทองกัน"
"พี่คะ ตอนแปะทองต้องใช้เทียนนะ ไม่งั้นไม่ติด" น้องเค้าก็ยื่นเทียนให้ แล้วก็เดินไปด้วยกัน
จนกระทั่งแปะทองไหว้เสร็จน้องเค้าก็อวยพรให้โชคดี แล้วแบบนี้จะไม่ให้ใจอ่อนยังไงเนี่ย ก็เลยให้ตังค์น้องเค้าไปซื้อขนมกิน แต่แหมขึ้นชื่อว่าเด็กคิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆเลยนะเนี่ย ตกใจนิดหน่อย (^-^;A
ตอนที่กลับมาที่รถจะขับไปที่วัดอื่นต่อ เจอคุณลุงคนนึงมาขายโรตีสายไหม ถึงรถเลยแล้วระก็ดันซื้อมาแล้วถุงนึงตอนที่ไปแวะร้านขายของแถวนั้น น้องระก็บอกลุงว่า ซื้อมาแล้ว คือยังไงถุงเดียวก็พอแล้วล่ะ สุดท้ายน้องระเลยตัดสินใจให้เงินลุงเขาไปอย่างเดียว(เท่ากับราคาโรตี) ไม่ได้เอาโรตีมาเพราะคิดว่าถึงช่วยลุง ถึงซื้อมาก็กินไม่หมดอยู่ดี ให้ลุงเอาไปขายคนอื่นต่อล่ะกัน
เจอไซด์สตอรี่ต่อเนื่องเลยแฮะ
วัดมหาธาตุ
ไฮไลท์ของวัดนี้ค่ะ เศียรพระพุทธรูป ตอนที่มาเจอทัวร์ญี่ปุ่นพอดี ได้ไปยืนเนียนฟังเขาคุยกันนิดหน่อยด้วย ตอนถ่ายรูปกับเศียรพระ ต้องนั่งลงนะ ห้ามสูงเกินเศียร
ตอนที่มาวัดนี้คนน้อยกว่าตอนที่อยู่วัดพระศรีสรรเพชญ์อีก มีอยู่ช่วงนึงเหมือนอยู่กันด้านในแค่ 3คน ภาพนี้นีก็โดนน้องชายแอบถ่ายจากด้านหลัง ไม่เชิงแอบหรอกค่ะ แค่ตัวประกอบ เพราะวิวของจริงคือซากฐานปรางค์ประธานต่างหาก โชคดีที่อากาศแจ่มใส แต่แดดร้อนมากกกก เล่นเอาหน้าแดงแจ๊ดเลย เจอแดดอย่างเยอะ เพื่อนน้องระไปนั่งหยุดพักเช็ครูปตรงเงาอย่างเท่เลย
จะว่าไปเรื่องรูป ถ้าไปเที่ยวนี่ต้องถ่ายวิวกับสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหลักเลย ไม่ค่อยถ่ายคน เคยอ่านหนังสือของเรียวตะ ซูซูกิ "ปลาดิบแช่น้ำปลา"ของสำนักพิมพ์ a bookตอนนึงเขาจะเขียนถึงเรื่อง "ทำไมคนไทยชอบถ่ายรูปตัวเอง"ประมาณว่าในรูปจะเน้นหน้าคนมากกว่าวิว สถานที่ไปเป็นแค่ภาพประกอบหลักคือคน อ่านแล้วเออแฮะ จริงด้วยสินะ กัดได้ฮาดีจริงๆ (เนื้อหาเต็มๆเป็นยังไงนั้นลองไปหาอ่านดูนะคะ)
จากนี้ไปก็เดินทางกลับกรุงเทพค่ะ 5 โมงกว่าแล้ว เพราะเพื่อนน้องระต้องกลับญี่ปุ่นไหนจะไปจัดของ แล้วจากนนทบุรีไปสุวรรณภูมิก็กินเวลาพอสมควร เหมือนไปไม่กี่ที่แต่ถ้ามีโอกาสจะกลับมาเที่ยวที่อยุธยาอีกแน่ๆค่ะ ตอนแรกเค้ากะจะไปกาญจนบุรีด้วย แต่น้ำท่วมเลยยกเลิก



#1 By ทานุขนฟู on 2008-11-04 17:50