เก็บตกแล้วค่ะ อันนี้จะแปลกแหวกแนวไปจากปกติสักหน่อยตรงที่ไม่ได้มาพูดถึงสถานที่เที่ยว เนื่องจากคราวนี้นอกจากไปไลฟ์แล้ว วันที่เหลือก็ไปเดินช็อปแหลกจริง ๆ 
 วันแรกพอไปถึงก็ไปแถวโรงแรมคืออิเคะบุคุโร่ วันที่สองอุเอโนะดูซากุระ-ซื้อของให้เพื่อน วันที่สามฮาราจูกุ -อากิฮาบาร่า วันที่4 โอไดบะ-ไลฟ์มาเมงุ วันที่ 5 ชินจูกุ วันที่ 6 ไปชิบุยะ สรุปคือนั่งแต่สายยามาโนะเตะเซ็น Only แล้วแต่ละที่นี่ก็จะใช้เวลาเดินดูของเป็นวันเลยค่ะ ย้ำเป็นวัน บางวันก็กลับมาแถวอิเคะอีก เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่  จริง ๆ ยังขาดไปแถวนาคาโนะกับสถานทีโตเกียวนะเนี่ย ฮือ ๆ ๆ ๆ
 
คราวนี้จะมาพูดถึงเกร็ดเล็กน้อยที่ไปเจอมา และการไล่ล่า ???  ไอเทมกลับบ้านนะคะ
 
 
เนื่องจากไม่ได้ทัวร์บริโภค แล้วก็ส่วนนึงตั้งใจจะมาไดเอทอยู่แล้ว  (แหมทำเป็นพูดหรู จริง ๆ ก็เจียดเงินเพื่อซื้อไอเทมนั่นแล) อาหารส่วนใหญ่จะซื้ออาหารกล่อง- ไอติม-ขนมอื่น ๆ มาทานที่โรงแรมตอนกลางคืนค่ะ ที่ซื้อก็ที่เดิมที่ขายอาหารเยอะ ๆ ตามสถานทีรถไฟของอิเคะบ้าง ของชินจูกุ ของชิบุย่า บางวันก็ซื้อจากแฟมมิลี่มารท์ที่แถวโรงแรม ซึ่งมื้อนึงก็จะไม่เกิน 1000 เยน ส่วนกลางวันก็จะไปกิน KFC มั่ง ราเมงถูก ๆ 500 เยนมั่ง อีกเหตุผลคือ ระเป็นคนกินน้อย ไม่อยากกินชามใหญ่ ๆ กินแล้วชอบเหลือน่ะค่ะ ดังนั้นก็เลยซื้อแบบถูก ๆ ทาน แต่จะหนักพวกน้ำแทน  จะมีจัดหนักมื้อนึงที่เลี้ยงอาหารไทยให้เพื่อนคนญี่ปุ่น ตอนที่ไปที่ชินจูกุ ต้มยำเปรี๊ยวมาก ราคาก็ไม่แพงนะ 2000 กว่าเยนได้หลายอย่างอยู่
 บางคนอาจจะคิดว่า KFC  บ้านเราก็มี ไปกินบ้านเค้าทำไมมมมมม (หม๊าม้าระพูดเองแหละ) ใช่ค่ะ แต่สูตรไก่ของเค้าจะคนละแบบกับบ้านเรานะเออ อร่อยจ้า(ทว่าดูไก่แห้ง+แฟ๊บชะมัดเลยแฮะ) น้ำจิ้มก็แปลกดีค่ะ หวานนิด ๆ ใส่ขิง อร่อยดี ที่ชอบอีกอย่างคือเค้ามีสลัด น้ำจิ้มอร่อยด้วยยยยยย ชุดนี้สำหรับระกลางวัน อิ่มนะ (แต่คนอื่นคิดว่าไม่พอแน่ ๆ ใช่ไหมเอ่ย) ^^  ไป 6 วันเดินเยอะ +กินพออิ่ม ลดไปเลย 2 โล (ไดเอทสำเร็จระดับนึง) ^^
 
 
กำลังอยู่ในช่วง akb48 ฟีเวอร์ ได้ไปแวะช็อปมา 2 ที่เลยค่ะ ที่ฮาราจูกุกับที่อากิฮาบาร่า ที่อากิที่เล็กอ่ะ เข้าไปก็เบียดกันเลย ของที่ระลึกในช็อปส่วนใหญ่จะเป็นพวกพวงกุญแจ รูปภาพ ที่มีรูปน้อง ๆ เค้า แต่ระแบบว่าความรู้สึกส่วนตัวนะ ถ้าเก็บภาพด้วยแล้วมันรู้สึกแปลก ๆ ถ้าอยากเก็บก็จะเก็บซีดีเพราะชอบแนวเพลงเสื้อผ้า+ท่าเต้นมากกว่า ชื่นชมที่ตัวบุคคลก็มีอย่างอั๊ตจัง  แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องเก็บรูปเดี่ยว ๆ มาชื่นชมอ่ะ  เลยหาของที่พอจะเป็นที่ระลึกได้แบบไม่เอาภาพอ่ะ ก็เลยได้พวงกุญแจซึ่งเป็นของลิมิตเตทของแต่ละสาขามาค่ะ ต่างกันก็ตรงสีของช็อกโกแล็ต กำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ห้อยกับอะไรดี
 
 
เหล่าตุ๊กตาน้อย ๆ (???) เจ้ารีแล็คคุมะเล็งไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วนู้นน่ะค่ะ ตอนก่อนจะกลับจะหยิบก็ไม่หยิบกลับบ้านมาเห็นของไทยขายก็มานั่งเสียดาย ปีนี้ไปตอนเดินเล่นที่สนามบินนาริตะเห็นแบบปิคนิคเลยหยิบมาเลย เป็นตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาที่ซื้อมา นอกนั้นจะซื้อแต่ขนาดเล็กน่ารัก ไม่เน้นใหญ่แต่เน้นปริมาณ คราวนี้ไม่ได้ไปดิสนีย์แลนด์ ก็ไปแวะช็อปของดิสนีย์ที่โอไดบะ ได้เจ้าพูห์แบบบขนมา ได้โดนัลด์ตอนหลับด้วยนะ ( ตอนนี้เอาไปไว้ในรถแล้ว) เดินไปเดี๋ยวก็เจอ อ๊าย ตัวนี้น่ารัก โอ๊ว ตัวนี้ก็น่ารัก ขันติ ๆ ขนาดยับยั้งใจแล้วยังพาเด็ก ๆ กลับมาได้ขนาดนี้อ่ะนะ
 
 
พูห์ตามมาแจม ภาพนี้นำเสนอกล่องช็อกโกแล็ตซากุระ 525 เยนเอง มี 6 ชิ้น ถูกดี ^^ ระว่าแค่กล่องมันก็หรูแล้วนะ ทีนี้พนักงานถามว่าเป็นของฝากหรือเปล่าคะ (อ๊ะ มีห่อล่ะสิแบบนี้) ก็เลยให้เค้าห่อให้ ปรากฎว่าห่อออกมาสวยมาก!!!ดูสิ มีกระดาษฝอยอย่างกะใช้รองไข่ แถมกระดาษห่อมีลายซากุระ+ผูกโบว์ให้อีกต่างหาก ชอบอ่ะ ถูกใจมากเลยล่ะค่ะ 
 
 
กระโปรงของยี่ห้อ secret magic ตัวนี้เป็นตัวที่ถูกใจมากที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าที่ซื้อมาคราวนี้เลยล่ะค่ะ เห็นริบบิ้นข้างหลังแล้ว ปิ๊งเลย ต้องเอาตัวนี้กลับบ้านให้ได้ ><  ในลิงค์นี้เป็นแบบที่นางแบบใส่ ให้ดู ความน่ารักของโบว์ข้างหลังนี่ดลใจจัง ๆ เลย  เสื้อแนว ๆ นี้บ้านเราไม่ค่อยมีขายเท่าไหร่ แต่ระชอบแนว ๆ นี้มากไปทีก็ซื้อกลับมาที
กระโปรงอีกแบบนึงที่เค้ากำลังนิยมกันคือกระโปรงแบบหน้าสั้นหลังยาว Asymmetry drape skirt
เห็นหลาย ๆ ร้านทำแนว ๆ นี้มาเหมือนกัน  ระไปถอยของLIZ LIZA มา
 
ตอนเข้าร้านขายเสื้อเป็นอะไรที่สนุกมากเลยค่ะ
 
ที่ญี่ปุ่นบริการลูกค้าดีมาก เข้าไปคืออารมณ์เราไม่ใช่พระเจ้านะ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนคุยกัน ตามประสาคนชอบเสื้อสไตล์เดียวกันอะไรแบบนี้มากกว่า บางร้านคือถ้าเข้าไปดูแล้วไม่ซื้อ เค้าก็จะพูดว่าขอบคุณนะคะ เวลาเดินผ่านร้านไหน เผลอสบตาเค้าก็จะบอก เชิญชมก่อนได้นะคะ (โกรังกุดาซัยยยย ) <----กรุณาคิดลากเสียงแบบโมเอะ ๆ ด้วย
 
แต่ระก็พอจะจับจุดได้แล้ว คือถ้าเดินดูเฉย ๆ ในร้าน คนขายก็จะปล่อยให้เดินดูตามสบายไม่มีเดินตามนะ แต่ถ้าสมมุติว่าเผลอไปจับดูอย่างจริงจังหรือมองดูอยู่ล่ะก็ คนขายเค้าก็จะเข้ามาแนะนำ+ชวนคุย อย่างวันนั้นระใส่กระโปรงลายดอกไป ถูกใจกระโปรงลายดอกที่ราวพอดี เลยจับ ๆ เนื้อผ้าดู คนขายก็เข้ามาแล้ว "ตัวนี้(ตัวที่เล็งอยู่) น่ารักดีนะคะ " +การโปรยยิ้มให้  แล้วถ้าเราไม่ถามอะไรเค้า เค้าก็จะเดินจากไป คือ ไม่มากวนนั่นแหละ บางทีถ้าอยากจะลองก็จะพาไปลองเลย ทีนี้ระก็ซื้อเลย เค้าก็ถามว่า คุณลูกค้าชอบลายดอกใช่ไหมคะ เห็นใส่ลายดอกมาด้วยฯลฯ  ใส่ใจรายละเอียดจริง ๆ
 
ยิ่งพนักงานร้าน เอิร์ธมิวสิคที่โอไดบะ ระไปซื้อรองเท้า ตอนลองรองเท้าแทบจะเป็นเจ้าหญิงในนิยายเลย เอามือมาลอง มาผูกเชือกรองเท้าให้อีกแหนะ พอระลองเสร็จ เค้าก็กำลังเก็บคู่ที่เอาใส่ถุงอยู่  ไซด์ที่ลองไม่เข้าระก็ผูกเชือกคืนให้เค้าใช่ปะ คนขายขอบคุณ หัวผงก ๆ ใหญ่เลย แถมก่อนไปวันนั้นนิ้วชี้ระแห้งแตกเพราะอากาศมันหนาว เลือดซิบก็เอาพลาสเตอร์ของไทยที่ลายกระต่ายสีเขียว ๆ ติดไป คนขายเห็นก็บอก พลาสเตอร์ลายน่ารักดีนะคะ (พลาสเตอร์ยังชมเลยวุ้ย)
 
มีร้านยี่ห้อBLUE ROUGE  อีกยี่ห้อนี้ระไปทีไรก็จะไปซื้อทุกปี นี่เค้าไปเพิ่งไปเปิดสาขาใหม่ที่ชินจูกุ ตอนซื้อมีชุดนึงระเล็งไว้แล้วล่ะ แต่เสื้อมันหนาไปหน่อยใส่อากาศบ้านเราไม่ได้ ระก็ถามว่าซื้อแยกได้ไหมคะ เค้าบอกว่าได้ แถมบอกอีกว่า ถ้าอากาศร้อนเสื้อตัวบนไม่ต้องเอาก็ได้นะคะ (เจ๋งอ่ะ ไม่มัดมือชกให้ซื้อเป็นเซ็ทด้วย)
 
ทุกร้านจะชวนให้ทำบัตรสมาชิกสะสมแต้มเอามาลด  ระอยากได้นะ แต่มันต้องกลับไทยนี่สิ ก็เลยแอบคิดว่า เค้านึกว่าระเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ ? แต่จะมาความแตกตอนจ่ายตังค์นี่แล 555 เพราะบอกไปว่ามาจากต่างประเทศเสร็จได้มีชวนคุยต่อ ประเทศอะไร ตอนนี้กี่องศา บอกองศาไป เห กันใหญ่ มีร้านBLUE ROUGE เค้าก็ขอบคุณแล้วบอกว่าปีหน้าเจอกันใหม่นะคะ 
 
เรื่องถามทำบัตรนี่ ตอนแรกไม่คิดอะไรนะ แต่พอมาถึงร้านขายกิ๊บติดผม คนข้างหน้าระเป็นฝรั่งเค้ามาซื้อไม่ถามอะไร พอถึงตาระก็ถามเลยว่า มีบัตรไหมคะ ทำบัตรไหมคะ มันก็เลยเอะใจขึ้นมา
 
บางทีก็คนขายช่วยทำตัวอย่างให้ดูว่าเสื้อตัวนี้แมชกับสีอะไรได้บ้างตัวไหนได้บ้าง รีบกุลีกุจอไปหยิบมาเทียบให้ใหญ่ ซึ่งไอ้ตัวที่เอามาแมชเราจะไม่เอาก็ได้ แต่ระใจอ่อนทุกที ก็มันน่ารักอ่ะ แถมบ้านเราก็ไม่ค่อยมีแนวนี้ขายด้วย
ช็อปเสื้อผ้าเป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ  ^^  การบริการทำให้ไปแล้วอยากไปอีก
 
 
 
รายการนี้ทำระเกือบตื่นสาย  พอดีกำลังนั่งเก็บของจะเอาไปส่งไปรษณีย์อยู่ เกินเที่ยงคืนแล้วล่ะ เพราะเจอรายการนี้เชียว นั่งดูแล้วฮาก๊ากอยู่คนเดียวในโรงแรมนี่แหละ เป็นรายการเอาฝรั่งที่หน้าอกใหญ่ที่สุด เน้นที่สุดนะ เอามาเล่นเกมโขกสิ่งของจับเวลา เห หน้าอกใช้โขกไม้หักได้จริง ๆ อ่ะ(คิดว่าไม้ไม่น่าจะแข็งมาก)  ดูไปก็ขำไปแหม่มเค้าเอาจริงเอาจังมาก
ถ่ายมาเป็นที่ระลึกซะเลย 5555555
 
 
วันกลับแล้วจ้า เอาเจ้าชิโร่ที่ซื้อมาใหม่มาถ่ายแบบซะเลย เผื่อว่า อาจจะได้ถ่ายแบบให้เจ้าชิโร่ในรถไฟของบ้านเรามั่ง( ไม่รู้อีกกี่ปีเนอะ) ไปอยู่มาหลายวัน ทุกวันฮาเระ ๆ ๆ ๆ ๆ แจ่มใส มีพยากรณ์บอกว่าวันกลับจะมีฝนก็แอบหวั่น ๆ เหมือนกัน รีบขึ้นรถไฟไปนาริตะแต่เช้าเลย กลัวตกหนักแล้วรถหยุดเดินนี่มีวุ่นแน่ ๆ (กลัวจะแบบวันที่มีพายุลมแรง ซึ่งวันนั้นระยังไม่ได้ไปญี่ปุ่น)  วันกลับทีไรแอบเหงาอีกแล้ว ไปญี่ปุ่นทีไรเหมือนความฝันจริง ๆ อ่ะ
 
 
มุมเดิมจร้า เป็นมุมที่มาถ่ายทุก ๆ ครั้งก่อนบินออกจากญี่ปุ่น ครั้งที่แล้วเกจ 96 คราวนี้เป็นเกจ 83ขาออกไม่ค่อยมีคนเหมือนตอนช่วงฤดูร้อนจริง ๆ คิดว่าช่วงนี้ไม่ใช่วันหยุดของคนญี่ปุ่นเค้าน่ะค่ะ มาหน้าร้อนจนชิน คราวก่อนที่กลับก็เป็นช่วงปีใหม่คนก็ยังเยอะ รอยส์ด้านนอกรสไม่ครบเท่าไหร่ แต่ถ้าเข้ามาข้างในร้านทางขวามือมีครบทุกรสเลย
 
และก็หวังอีกเหมือนเดิมว่าจะได้ไปอีกนะ ญี่ปุ่นจ๋า
 
อัพบล็อคเสร็จวันที่ 5 /5 /55 (หาเรื่องใช้เป้นที่ระลึกจนได้สินะ) แล้วก็เป็นวันครบ 1 เดือนที่ไปญี่ปุ่นพอดี (^ー^)เย้
 
ขอบคุณที่มาร่วมเดินทางไปด้วยกันตลอด 3 เอนทรี่นี้นะคะ
 

part 2 (^0^) Be with you 2012/4/5-11 Japan

posted on 24 Apr 2012 13:54 by azul  in travel
และแล้วก็มาถึงจุดประสงค์หลักของการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ คือ การมาไลฟ์มาเมงุนั่นเองค่ะ เย้ 
 
วันที่ 8 เดือน 4 ปี 2012 @ Japan อากาศดีมาก และหนาวมาก
 
ไลฟ์ทัวร์ของมาเมงุครั้งนี้จบลงที่ Zepp Tokyo ถ้าย้อนไปเกือบ 4 ปี ที่นี่คือที่ที่ระได้เจอกับมาเมงุครั้งแรกในงานมาครอสไลฟ์ของรันกะเดบิว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ถ้าจะเจออีกทีก็ขอที่เดิมนี่แหละ ที่นี่ก็เป็นที่ ๆ สร้างความทรงจำไว้หลายอย่างแล้วนี่นา 
 
เปิดแสดงตอน 6 โมงเย็น ช่วงเช้าระก็เลยมีเวลามาเดินเล่นแถวห้างที่โอไดบะ ที่นี่ปกติมาตอนฤดูร้อนคนจะเยอะมากกกกกกกกก เจอหลายงานเลยทั้งคอมมิคเกะ งานดอกไม้ไฟ งานที่ฟูจิเทเรบิ พอมาคราวนี้ไม่มีอีเวนท์อะไรพิเศษ เลยดูโล่ง (เหงา ๆ ) เป็นพิเศษ แต่เดินโล่งจริง ๆ นะ แบบไม่ค่อยมีคน (ถึงกระนั้นก็ยังเจอคนไทยแถว ๆ ห้างจนได้) ช็อปของมาซะเยอะ ดีมีล็อคเกอร์ให้เลยไม่ได้หอบเข้าไปดูไลฟ์
 
* แบบว่าปกติไปตอนฤดูร้อนของญี่ปุ่นไม่ค่อยเจอคนไทยเลยจริง ๆ  ค่ะ มาหน้าซากุระนี่แบบว่า เดินไปไหน อ้าว เจอภาษาที่คุ้นเคยอีกแล้ว เจอคนไทยเยอะมากจนอุ่นใจ เป็นความอเมซิ่งเล็ก ๆ
 
ยังดีที่ในไลฟ์มาเมงุไม่เจอ ถ้าเจอนี่แบบว่า โคตรอเมซิ่งแน่ ๆ
 
と~るりーすpresents 中島愛 3rd Live Tour 2012 ~とことんBe With You!~
 
 
โปสเตอร์ที่ติดบริเวณงาน เหมือนจะโฆษณาตัวติดสก็อตเทปอะไรสักอย่างด้วย ว่าติดดี
 
 
ด้านข้างเซ็ปโตเกียว เป็นโชว์รูมรถยนต์ของโตโยต้า
aQua เตะตามาตั้งแต่โฆษณาที่อั๊ตจังได้แสดงเป็นไจโกะแล้ว  เฮ้ยยยย ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นของจริงแบบใกล้ ๆ  โชว์รูมนี้โชว์ทุกสีเลยจริง ๆ แล้วเค้าให้ลองเปิดประตูไปนั่งได้นะ อารมณ์ยังกะงานมอเตอร์โชว์แต่คนไม่เยอะเท่า และเดินดูสบาย ๆ แต่ไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปกลัวทำของเขาเสีย แล้วต้องจำใจซื้อเจ้า aQua กลับบ้านนี่ตรูตายแน่ ๆ
ขอถ่ายรูปห่าง ๆ ดีกว่า (แอบเสียดายเหมือนกัน อยากลองนั่ง ...)  ชอบสีฟ้านี้อ่ะ  เสียดายนิดน้องมีนาไม่มีสีนี้เง้อ
 
 
 
มาถึงแล้ว กลับมาอีกครั้งแล้วจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้งนะเนี่ย
 
 
ดอกไม้ที่แสดงความยินดีมาเมงุ จริง ๆ เก็บไว้ข้างใน ตอนที่ไลฟ์จะแสดงค่อย ๆ ทยอยเอาออกมามีเยอะจริง ๆ
 
 
นี่ ๆช่อนี้ของ ผกก. คาวาโมริซัง  มาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนที่ระมองขึ้นไปบนชั้น 2 แถว ๆ คังเคย์ฉะแว๊บนึงเห็นผู้หญิงผมลอนยาว ๆ ใส่ผ้าปิดปาก แบบนั้นต้องเป็นเอ็นโด้อายะซังที่พากย์เชริลชัวร์แน่ ๆ  แต่มองไม่เห็นโทโยงุจิซัง ที่พากย์เป็นครัน ๆ แฮะ คิดว่าต้องมาแน่ เพราะได้ยินเสียงแซวมาเมงุด้วย
 
ตอนออกมา เค้าให้เขียนความประทับใจในไลฟ์ให้กับมาเมงุด้วยอ่ะ กรี๊ด ไม่พลาด ต้องไปเขียนบอกกกกกกกก เนื่องจากคนเขียนเยอะและที่ไม่ค่อยพอ บวกกับยังมีคนรอต่อคิวเขียนอีก ไม่มีเวลามาบรรจงเขียน ถ้าเขียนคันจิคงอ่านไม่ออก ล่อตัวฮิรางานะเล้ย พอดีถนัดซ้ายตอนแรกไม่ทันระวังตัวเลยนาบเอาตัว ทะ มากับมือเต็ม ๆ เลยต้องมีการย้ำ แล้วก็ลืมไม่ได้ภาษาไทยลงไปด้วย
 
 
นี่ ๆ ดูบรรยากาศ เขียนความคิดเห็นให้มาเมงุกันเยอะมาก เสื้อเขียว ๆ คือสต๊าฟแจกของที่ระลึกให้กับคนที่มาเขียนให้ ระก็ได้มาอันนึง แต่ดันเอาส่งใส่ของมาทางซี เลยยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
 
 
ได้สร้างความทรงจำที่ดีอีกวันนึงแล้ว พอจบแล้วรู้สึกเศร้า ๆ ยังไงไม่รู้ เวลาสนุกผ่านไปเร็วจริง ๆ มีดวงจันทร์ขึ้น หลังเซ็ปโตเกียวด้วยนะ ซึ้งซะ
วันนี้เป็นวันที่กลับเข้า โรงแรมช้าที่สุดเลย เกือบ 5 ทุ่มแหนะ
 
อากาศยังหนาวอยู่ค่ะขอบอก ตอนยืนรอเข้าไปนี่ ขาสั่นดิ๊ก ๆ ๆ ๆ ข้างในกำลังอุ่น พอออกมาก็หนาวเหมือนเดิม ตอนแรกกะถ่ายรูปกันดั้มขากลับนะ แต่พอออกมามันมืดแล้ว ทริปนี้เลยไม่ได้รูปกันดั้มกลับมาเลยสักใบฮือ ๆ ๆ เอาน่ะ ไว้รอตอนมันเปิดจริง ๆ ก่อนก็ยังไม่สาย แต่ไลฟ์มาเมงุที่นี่ นาน  ๆ จะมีที แล้วเมื่อไหร่อีกก็ไม่รู้
 
 
ใบด้านซ้ายสุด ของที่ได้รับแจกมาตอนขาเข้าไป  ใบด้านขวาสุดคือได้ตอนออกมา ส่วนตรงกลางขาดไม่ได้ของงานไลฟ์ทั้งปวงพลัมเฟลทเจ้าค่า แล้วก็ถอย USB กับที่รัดข้อมือมา  ตอนแรกจะเอาแท่งไฟ?(ปากกา)โบกแล้ว แต่เอามาคงไม่ได้ใช้ทำอะไร เลยตัดใจ แต่ก็แอบเสียดายเหมือนกันอ่ะ เปลี่ยนเป็นสีขาว-แดง ได้
 
 
เปิดให้ดูด้านในนิด ๆ ส่วนใหญ่คล้าย ๆ กับอัลบั้มภาพนะ น่ารัก ๆ ทั้งนั้น แหม คอมเมนท์หน้าเดียวเองอ่ะ อยากให้มีบทสัมภาษณ์จัง
 
อ้อ จะบอกว่า ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังฮิตกิ๊บแบบที่มาเมงุใส่อยู่ด้วยนะ ขายกันเยอะมากเลย คนที่ขายเสื้อผ้าก็ติดกัน
 
 
เอามั่ง ๆ ซื้อมาใส่มั่ง กิ๊ฟติดเหนียวแน่นดี ดูหวานไปอีกแบบ
 
คอมเมนท์ไลฟ์จ้า
 
ไลฟ์นี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปแบบมีโซน "ผู้หญิง" เฉพาะ ตอนแรกไม่เข้าใจว่าเข้าไปยังไง ถ้าเป็นผู้หญิงเดินเข้าไปเลยได้หรือเปล่าหว่า พอไปถึงหน้างงานเลยเก็ท คือ เค้าจะมีโซนผู้หญิงตรงมุมซ้ายของเวทีให้(ด้านขวาของมาเมงุ)  สต๊าฟจะเรียกให้เข้าตามเบอร์ ถ้าถึงเบอร์ที่เรียกแล้ว อยากเข้าโซนผู้หญิงก็เดินเข้าไปเลย
 
ตั๋วคราวนี้เลขของระเกือบท้าย ๆ น่ะค่ะ แอบตัดใจนิดคงได้อยู่ไกลมองเห็นหน้าไม่ชัดแหงเลย ที่ไหนได้โซนผู้หญิงยังพอเหลือแล้วก็อยู่แถวหน้า ๆ เวที มองเห็นหน้ามาเมงุชัดพอ ๆ กับตอนไลฟ์มาครอส รู้สึกว่าคราวนี้ใกล้กว่านิดนึงนะ ผู้หญิงส่วนใหญ่สูงพอ ๆ กับระ แต่ตัวระไม่สูงมาก ถึงกระนั้นก็เจอผู้หญิงคนนึงตัวสูงมากกกกกก ไปยืนแถวหน้า ๆ เลย บางทีต้องคอยหามุมมองลอดเอา เอ่อ  ยังดีกว่า เจอแบบผู้ชายหลายคนเป็นคลื่นกระโดด แบบบังมิดอ่ะนะ
 
ตอนก่อนมา เพลงที่อยากฟังในไลฟ์นี้ คือเพลง パンプキンケーキ ชอบมากเลย เป็นเพลงแถมในTRY UNITE ค่ะ ไม่คิดว่าจะเอามาร้องนะ แต่พอขึ้นดนตรีนี่ระ เฮ้ย ในใจเลย  จริง ๆ เหรอเนี่ยยยยยยย อ๊ากส์ ไม่เท่านั้น เพลงเปิดเพลงแรกมานี่เล่นเจอเพลงRaspberry Kiss  เข้าให้เซอร์ไพรส์ไป 1 เด้ง ชอบมากเพลงนี้
 
นอกจากนี้เพลงที่ชอบอีกเพลงคือ  ホシキラ ของรันกะ อีเวนท์มาครอสตอนต้นปีมีงานเลยไปไม่ได้ ไม่คิดว่าจะได้มาฟังของจริงเสียงจริงอ่ะ แบบว่าระชอบเนื้อเพลงของเพลงนี้มาก แล้วเบื้องหลังของเพลงนี้คันโนะซังแต่งให้มาเมงุด้วย มาเมงุก็เล่าความเป็นมานะ  พอฟังไปขอบอกเลยว่า ระน้ำตาไหลเลยล่ะค่ะฝังใจกับเพลงนี้จริง ๆ เลย ท่อนที่บอกว่า " แล้วมาเจอกันอีกหลาย ๆ ครั้งนะ "   บางทีคนที่อยากเจอมากก็มาเจอไม่ได้ง่าย ๆ เลย....
 
อีกเพลงในอัลบั้ม 金色~君を好きになってよかった ที่มีคันโนะซังมาช่วยโปรดิวส์ให้ด้วยในอัลบั้มนี้ มาเมงุก็เอามาร้องค่ะ อร๊าย มาเมงุอ่ะ ร้องเพลงที่อยากฟังทั้งนั้นเลย จุใจมากกกกกกกกกก  อารมณ์เหมือนกำลังบินในท้องฟ้าออกนอกอวกาศอย่างไงอย่างงั้นเลย
 
เพลง 好キッス! KISS!! เนี่ย มาเมงุสอนให้คนดู ทำมือขวาตามตอนร้องเพลงด้วยล่ะค่ะ  พอถึงท่อน ตอน สึคิ ให้เอานิ้วชี้แตะปาก  พอคิส เอามือชูขึ้นมา เอานิ้วกลางกับนางประกบกับนิ้วโป้ง (เป็นตัวหมาป่า )  ตอนเอาจริงนี่สนุกมาก ทำกันไม่ค่อยทัน มาเมงุยิ้มให้ใหญ่เลย  เอนเทอร์เทนคนดูเก่งมาก
 
มีคนดู ที่ไม่เคยดูมาครอสมารู้จักจากเรื่องหลัง ๆ ก็เยอะนะ  มีแบบคุณแม่พาลูกมาดูด้วยน่ะค่ะ  ถึงจะไม่มากเวอร์ ยังมีคนชอบมาเมงุถึงขนาดนี้เห็นแล้วก็ปลื้มแทนค่ะ 
 
 
 
 
ครั้งที่แล้วตอนที่ดูไลฟ์มาครอสที่บุโดคัง มาเมงุยังผมยาวอยู่เลย ตอนนี้ผมสั้นแล้ว ขึ้นมาใหม่ ๆ แอบคิดถึงโอชิม่ายูโกะ 555 ถึงกระนั้นก็ยังเป็นมาเมงุที่ยิ้มสวย สดใส ร่าเริง ตั้งแต่ต้นจนจบเลย แอบคิดเหมือนกันนะว่ามาเมงุจะร้องไห้ไหม มาเมงุก็พูดถึงไลฟ์มาครอสครั้งแรกให้ฟังเหมือนกัน ตอนที่บอกว่า ขึ้นมาครั้งแรกแล้วเห็นผู้ชมมาดู แล้วร้องไห้ออกมาเลย
ภาพนั้นระก็จำได้ แต่ภาพนั้น ผ่านมาเกือบ 4 ปีตอนนี้ ไม่มีแล้ว  ไม่มีมาเมงุที่ร้องไห้ มีแต่มาเมงุที่ยิ้มอย่างร่าเริงให้แฟน ๆ ได้สนุกกันจริง ๆ
 
ในไลฟ์ไม่ให้ถ่ายรูปค่ะ
 
แต่มีรีพอร์ตของญี่ปุ่นให้นะคะ ไปดูกัน แต่ละชุดน่ารักมากเลยคนถ่ายอยู่คนละมุมกับระเลยแฮะ
 
รายงานไลฟ์มาเมงุ と~るりーすpresents 中島愛 3rd Live Tour 2012 <--- คลิ๊กตรงฟ้า ๆ
 
 
ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปดูมาเมงุอีกเมื่อไหร่ แต่ก็ขอให้มาเมงุได้มอบรอยยิ้มกับแฟน ๆ ต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับน้ำเสียงหวาน ๆ แล้วก็ดีใจที่ได้รู้จักกับมาเมงุที่ได้ให้ความทรงจำที่ดีหลายอย่างจริง ๆ
 
(ติดตามเก็บตกอีกเอนทรี่จ้า)
 

part1 Be with you 2012/4/5-11 Japan

posted on 14 Apr 2012 21:57 by azul  in travel
สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ที่ติดตามบล็อคนี้ทุกคน
 
กลับมาเขียนบล็อคอีกจนได้ เย้ ๆ ๆ ๆ ทุบไหดองเค็มสุด ๆ แตกสักที ไป ๆ มา ๆ จะเหมือนกลายเป็นไดอารี่ท่องเที่ยวไปแล้ว orz
 
 จุดหมายการไปครั้งนี้คือไปดูไลฟ์มาเมงุ และเนื่องจากมีเวลาไม่มากพอ เลยไปญี่ปุ่นเป็นเวลาสั้น ๆ (แอบเสียดายค่าเครื่องบินและวีซ่าเลยอ่ะ) ทำให้ไม่ได้เที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแบบแต่ก่อน  เน้นช็อปปิ้งวินโดว์มากกว่า แต่แค่เดินดูของทั้นวันเนี่ย ยังไปไม่หมดทุกทีที่เคยไปเลย อะไรจะขนาดนั้น ......
 
 จริง ๆ มีที่อยากจะไปช่วงที่ไม่มีไลฟ์มาเมงุด้วย  ที่เที่ยวใหม่ ๆ ช่วงที่ไปเนี่ยมีหลายที่ยังไม่เปิด อย่างกันดั้มโซนที่โอไดบะ (ตอนไปดูไลฟ์เห็นน้องดั้มยืนแล้วล่ะ) สกายทรี (อันนี้ขากลับนั่งรถไฟได้เห็นแต่ไม่ได้เข้าไปใกล้) พิพิธภัณฑ์คนวาดโดราเอมอน ไปกระชั้นชิดเกินเลย จองตั๋วไม่ทัน
 
จริง ๆ จะเลือกไปช่วงที่กล่าวมาข้างบนเปิดก็ได้ แต่พอคิดว่า ไลฟ์มาเมงุไม่ได้มีให้ไปเมื่อไหร่ก้ได้ ก็เลยเลือกไปให้ตรงกับไลฟ์ของมาเมงุดีกว่า
 
 
 
ก่อนไป 1 วัน มีข่าวที่ญี่ปุ่นเกิดฝนและลมแรง (มาก ) พอคิดว่าฟ้าหลังฝนต้องแจ่มใสน่ะ แล้วก็แจ่มใสจริง ๆ ทว่าตอนที่ไปสัมผัสบรรยากาศ 10 องศา หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก นึกว่าไม่หนาวเท่าไหร่เลยไม่ได้เตรียมเสื้อหนา ๆ ไป สุดท้ายไปถอยเสื้อคลุมมาใหม่อีก แต่รองเท้ายังใส่คู่ที่เอามาจากไทยได้ มันเปิดโล่งไปหน่อย ไทท์เอาอยู่นะ แต่ตอนที่ไปดูไลฟ์มาเมงุต้องใส่ถุงเท้ายาวเข้าไปด้านในก่อนใส่ไทท์ด้านนอก  ดูสิยังอุตส่าห์เอามาผสมกันได้ เลยเดินอุ่นขึ้นมาหน่อย มาคิด ๆ ดูโชคดีมากจริง ๆที่ไม่ได้เลือกไปวันที่มีลมแรง ไม่งั้นไม่ได้ออกมาจากโรงแรมแหง ๆ
 
 ไปถึงยังมีเวลาไม่ถึงเวลาเช็คอินก็ออกไปเดินแถวอิเคะบุคุโระ ที่ประจำ แค่วันแรกก็โดนเสื้อผ้าน่ารัก ๆ ดึงดูดไปโขแล้ว อ้อ ตอนแรกขึ้นบันไดเลื่อนแอบยืนตามสบายไปหน่อย นึกว่าไทย อ้าวเราอยู่ญี่ปุ่นนี่ เดินชิดซ้ายทันที ( คนหลังคงงน่ะ เปลี่ยนเลนกระทันหัน ขอโทษค่ะ)
 
 
ถ่ายซูมเอาจากตึกซันไซน์อีกด้าน  อนิเมทเปลี่ยนไป มีแต่เรื่องที่ไม่รู้จัก เข้าไปทียังกะอีกโลก (จริง ๆ คนนั่นแหละเปลี่ยน) พูดถึงก็แอบเสียดายอีเวนท์ 30 ปีที่ตึกซันไซน์เหมือนกันนะเนี่ย
 
ที่ดีใจอย่างเจอร้าน จียู G.U.อยู่ที่อิเคะด้วย http://www.gu-japan.com/  
 
เห็นอั๊ตจังโฆษณา เลยเข้าไปดู เสื้อผ้าถูกดี แล้วดีไซน์บางแบบก็เข้าแนวที่ชอบด้วย  ผ่านอิเคะทีไร ต้องแวะเข้าไปดูจียูก่อนกลับรร.ทุกครั้ง ซื้อกางเกงให้หม่าม๊าจากที่นี่ด้วย
 
ในร้านมีเสียงอั๊ตจังพากย์อัดไว้ด้วยนะ ประมาณว่า สวัสดีค่ะทุกคนเลือกดูเสื้อผ้ากันสนุกไหมคะ ประมาณนี้  อย่างน้อยก็มาส่งท้ายกับอั๊ตจังที่จียูล่ะนะ อยากให้เอาจียูมาแตกสาขาในไทยมั่งอ่ะ
 
 
ถึงกระนั้นก็เป็นโชคดีอีกอย่างที่มาในช่วงที่วากุระกำลังบานเต็มที่พอดี ตอนแรกกะมาอุเอโนะเพื่อไปในสวนสัตว์ ดูเจ้าหมีแพนด้า พลาดมา 2 รอบแล้ว ไม่มาสักที คราวนี้มาแล้วนึกว่าจะได้เข้าไปดู ที่ไหนได้ปิดชั่วคราวเพื่อให้แพนด้าทั้งคู่ได้กั๊ตไตกัน โหย อดเลย ไม่เป็นไร เดินชมซากุระก็ได้ เคยมาช่วงปลายเดือน 3 แล้วเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แต่ตตอนนั้นซากุระค่อย ๆ ร่วงไปหมดแล้ว
 
 
เท่ากับว่าครั้งนี้ได้ยลโฉมซากุระแบบเต็มสตรีม คือเยอะมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมานี่แหละ เดินท่ามกลางสีชมพูอ่อน ๆ สวยมาก
 
 
 
อดดูหมีจริง มาดูหมีตรงนี้ก็ได้ หือ ๆ ๆ ๆ อยากอุ้มกลับบ้านเฟร้ย
 
อีกอย่างของในร้านขายของแถวนี้มีของเกี่ยวกับ "แพนด้า " เยอะมาก คือแต่ละร้านก็จะสร้างของธีมเกี่ยวกับแพนด้ามาเป็นสไตล์ของร้านตัวเองอย่างขนมปังหน้าแพนด้า เค้กแพนด้า ผ้าเช็ดหน้าแพนด้า ถุงเท้าลายแพนด้  เยอะไปหมด
ถึงขนาดว่า อยากให้สวนสัตว์เชียงใหม่เอามาเป็นไอเดียในการทำของที่ระลึกเลยอ่ะ
 
 
อันนี้ตอนมาที่ฮาราจูกุ กะมาดูเสื้อถูก ๆ คือตอนแรกยังไม่รู้นะว่ามีร้านเอเคบี48 มาเปิดสาขาที่นี่ด้วย แล้วก่อนมาที่นี่นะ ตอนขึ้นรถไฟสายสีเขียวยามาโนเตะเซ็น ฟลุ๊คได้ขึ้นขบวนที่ทากามินะบรรยายเสียงแต่ละสถานีด้วยล่ะ ด้านในรถไฟก็จะมีแต่โฆษณาของเอเคบี48 เต็มไปหมด ไม่กล้ายกกล้องมาถ่าย พอดีตอนนั้นมีคนในรถไฟเยอะ เขิน  อีกอย่างกลัวจะไปรบกวนคนอื่นด้วยน่ะค่ะ  แค่จะยกกล้องมาก็เจอคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าจัง ๆ แล้วอ่ะ
 
 
 
ส่วนวันนี้ไปที่อากิฮาบาร่า (แต่ละวันจะไปแต่ละที่) ออกมาจากสถานทีที่จริง ทางขวามือจะมีโฆษณาเอเคบี0048 อนิเมด้วย ป้ายใหญ่มาก ถ่ายมาแต่ไม่ได้เอามาอัพให้ดู 555 เอาบรรยากาศหน้าร้านที่อากิมาให้ดูแทน วันนี้ก็หนาวนะขอบอก ลมพัดเรื่อย ๆ ด้วย นับถือคนมายืนรอจริง ๆ เลยอ่ะ ส่วนกันดั้มคาเฟ่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อากิบะเมื่อเทียบกับตอนที่มาคราวที่แล้ว ก็เปลี่ยนไปพอสมควรนะ ตึกราจิโอไคคังที่ไปบ่อย ๆ ก็โดนทุบไปแล้ว โล่งเลย ส่วนร้านที่เคยอยู่ที่นี่ย้ายไปอีกด้านนึงของถนน ต้องเดินออกไปตรงถนนใหญ่ก่อนแล้วข้ามไปน่ะค่ะ ชื่ออะไรน้าลืม จำได้ว่าตึกมันเขียว ๆ
 
 
จะว่าไปมาอากิบะหลายรอบแล้ว ทำไมไม่เคยเห็นสเตจโรงละครของเอเคบี48เลยหว่า เลยลองเดินหาดู ยังอุตส่าห์เจออีก จริง ๆ ที่หาไม่เจอเพราะที่แล้วมาพอไปร้านอนิเมทเสร็จแล้วก็เดินกลับไปสถานีไม่เคยเดินต่อ ไม่งั้นอีกนิดก็เจอแล้วล่ะ อย่างว่าตอนนั้นยังไม่รู้จัก
 
ถึงจะหนาวก็เดินได้เรื่อย ๆ ค่ะ 
 
--------------
 
เปิดถุงบางส่วน
ไปแต่ละร้าน ค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อย ยังกะตามล่าไอเทม
 
 
เดินไปดูที่ตึกม่วงในตำนานด้วย แต่เครื่องสำอางมีให้เลือกไม่เยอะเท่าตามร้านขายยาจริง ๆ อร๊าย แอบติดเรทถ่ายติดกกน.น้องหมี 555 ได้ไปใช้เสปย์ที่เค้าว่าฉีดแล้วอยู่ทรง อยู่จริง ๆ อยากได้แต่ต้องตัดใจ เพราะเป็นสเปรย์มันไวไฟอ่ะ อันตรายทั้งทางอากาศและเรือ สุดท้ายก็ได้ใช้แต่ที่นู้น
 
 
ขนม ๆ ๆ ๆ และก็ขนม จริง ๆ อยากเอาอีก แต่กระเป๋าตุงยัดไม่เข้าแย้วววววววว
 
 
กระโปรงจากร้านเจ้าประจำที่เคยไปมาทุกปี ไปที่ไร ๆ ก็ออกแบบใหม่ แล้วเป็นสไตล์ตามยี่ห้อของเค้า ชอบอ่ะ อีกอย่างชอบการบริการของพนักงานในร้านด้วย ถูก(กล่อม)ให้ซื้อทุกทีเลย  ><
 
(ติดตามภาคต่อไป)

  • Spread Firefox Affiliate Button